[RIDE NOW] The Road to MotoGP @Sepang International Circuit : Honda Asian Journey

คำเตือน!!! ก่อนรับชมกระทู้นี้ โปรดตรวจสอบว่าอุปกรณ์ของท่านได้เชื่อมต่อ WiFi แล้ว
บนเส้นทางที่ข้ามผ่านไปยังดินแดนที่ผมยังไม่เคยได้ข้ามไป
บนเส้นทางที่อาจเป็นความฝันของใครต่อใครที่ชื่นชอบการขับขี่มอเตอร์ไซค์
บนเส้นทางที่เป็นอีกเป้าหมายและความทรงจำที่เรียงรายริมทางที่เส้นหนึ่งที่คนขี่มอเตอร์ไซค์หวังจะได้ไปลิ้มรสสักครั้ง
บนอัฒจันทร์ที่บรรจุผู้คนมากมายชนชาติ ภาษา ศาสนา เรือนหมื่นเรือนแสนที่ต้องมนต์ตราแห่งที่สุดของความเร็วอีกรายการหนึ่งในโลกสองล้อ
ตามเรามา RIDE NOW ไปด้วยกันกับเรา
[RIDE NOW] The Road to MotoGP @Sepang International Circuit : Honda Asian Journey
เช้าตรู่ของวันที่ 27 ตุลาคม 2559 >>> Check in
เดินตามป๋าเบิร์ด บ.ก. Fast bike Thailand ไป ไม่มีหลงแน่นอน!!
สื่อมวลชนสายมอเตอร์ไซค์จากหลายสำนักนัดมารวมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ งานนี้พวกเรา pantip reviews คือผมและ @Topsavage ก็ได้รับเกียรติจาก A.P.Honda ให้มาร่วมความสนุกครั้งนี้ด้วย
ได้เวลา on board แล้ว
take off ขึ้นมาได้หน่อยนึง เครื่องเลี้ยวขวา มองเห็นธนาซิตี้อยู่ด้านล่าง
ไต่ระดับขึ้นมาสู่เพดานบินปกติแล้ว
เช้าวันนั้นเราบินไปกับน้องมายด์
เสิร์ฟขนมนิดหน่อยพอให้รองท้อง
ต๊ะเอ๋!!!



ตามท้องเรื่องวันนั้น เราต้องรวมทีมกับสื่อมวลชนและ ลูกค้าจากHonda Bigwing รวมไปถึง V.I.P. จากหลายประเทศในภูมิภาคนี้ ทั้ง มาเลเซีย อินโดนิเซีย เวียดนาม และดำเนินการพิธิการข้ามแดนทั้งคนและรถข้ามด่านสะเดาและเดินทางสู่เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย จากสนามบินหาดใหญ่ แม้ระยะทางเกือบๆสองร้อยกิโลเมตรนั้นจะไม่ใกล้ไม่ไกล แต่ดูทรงแล้ว กว่าจะนู่นนี่นั่น กว่าจะผ่านim กว่าจะผ่านcustom ขืนไม่เอาอะไรไปถ่วงกระเพาะไว้ น่าจะมีโมโหหิวแน่นอน พวกเราฝากมื้อเช้านั้นไว้กับ Black canyon ที่สนามบินหาดใหญ่นั่นแหละ ใครจัดหนักมื้อเช้าก็เล่นของหนัก บางคนมื้อเช้าขอแค่กาแฟก็ว่ากันไป…ลงตัว ส่วนผม…เอามันทั้งสองอย่างนั่นแหละ๕๕๕
เราเดินทางด้วยรถตู้สู่ด่านสะเดา ผมให้เกียรติตัวเองด้วยการกระโดดไปนั่งหน้าสุดข้างพลขับ…จากประสบการณ์ ถ้านั่งหลังนี่ได้แจกของดีบนรถแน่นอน
หนทางจากหาดใหญ่ไปด่านสะเดา วิ่งลัดเลาะไปตามสวนยาง บรรยากาศยามเช้าเช่นนั้น ทำเอาอยากขี่มอเตอร์ไซค์ในทางแบบนี้ให้เพลินเสียจริงๆ


เนื่องจากทริปนี้เรามากับสองคน ต้องผลัดกันขี่ และต้องขนของติดตัวไปด้วยประมาณหนึ่ง และนี่ก็คือพาหนะที่เราเลือก…CTX 1300 ฉันเลือกนาย!!
ติดตั้งเจ้า SONY ACTION CAMERA AS50 เข้าประจำการ
ขอบคุณ Sony Thailand สำหรับการให้ยืมใช้ Actioncamera ชุดนี้จ๊ะ
จริงๆ Africa twin ก็น่าสนใจนะ แต่ไว้ไปเอามาแบบจัดเต็มดีกว่า อ่อ เสื้อลายพรางนั่น พี่โย บ.ก.โมโตครอส นะครับ ขวามือไปนิดหนึ่งก็เป็นคุณจูน จากนักเลงมอเตอร์ไซค์ ขวาไปอีกนิดก็เจ้าอาร์มจากข่าวสด(หลายคนน่าจะคุ้นหน้าเจ้าอาร์มกันบ้างละ)




กายบริหารเพื่อผ่อนคลายและยืดหยุ่นกล้ามเนื้อก่อนการเดินทาง จะช่วยให้ร่างกายตื่นตัวพร้อมรับสถานการณ์ต่างๆได้ดี สำคัญนะ อย่าลืม!!ก่อนเดินทางไกล ยืดเส้นยืดสายสักหน่อย Zero Accident จ้า



ต้องลงจากรถไปผ่านimของฝั่งไทยก่อนจ้า
ใส่ชุดเต็มไปเข้าแถว….ตับแทบแหก
ยังไหวๆ (ซ้ายสุดจาก GreatBiker ขวาของอาร์มคือคุณแบงค์จาก Superbike Thailand ขวาไปอีกคือคุณเจ จากผู้จัดการออนไลน์)


พี่โย ก็เป็นสมาชิกในพันทิปด้วยนะ ทายสิ Login อะไร อิอิ


ใบนี้ของ One Heart Satu hati จากอินโดนิเซีย
แถมทีม Satu hatiยังใส่เสื้อเหมือนกันด้วย

การเดินทางในมาเลเซีย เราได้รับการอำนวยความสะดวกจากหน่วยจราจรพิเศษของตำรวจมาเลเซีย บอกเลยว่าฝีมือการนำสุดยอด ส่วนรถที่ตำรวจจราจรพิเศษชุดนี้ใช้ก็ Honda Pan European 1300 ซึ่งใช้เครื่องยนต์ตัวเดียวกับ CTX 1300 ที่เป็นม้างานของเราในทริปนี้นั่นเอง
นอกจากตำรวจจราจรพิเศษของมาเลเซียแล้ว ยังมีทีม Marshalls ของฝั่งมาเลเซียอีกประมาณแปดคัน มีทั้งHonda Pan European 1300 และ Gold Wing ปนๆกัน ซึ่งฝีมือการทำขบวนก็สุดติ่งเช่นกัน งานนี้รวมๆทั้งตำรวจด้วยแล้ว รถนำและดูแลขบวนนี่สิบกว่าคันเลยฮะ อลังการงานฮอนด้ามากๆๆๆๆ



เข้าช่องนี้ จอดรถแล้วไปรายงานตัวกับ im ฝั่งมาเลกันจ้า
เข้าคิวอีกรอบ ณ จุดๆนี้เสียเหงื่อไปแล้วเป็นลิตร…







ผมขอเติมเองบ้าน สนุกดีออกกกกกกก
ทริปนี้ใครพลาดล้มหรือแหกโค้งแข้งขาหักก็หายห่วงเพราะมีแอมบูวิ่งตามตลอดทาง

อ่อๆๆๆๆ ขอแทรกนิดนึง ภาพถ่ายส่วนใหญ่ในกระทู้นี้มาจาก SONY α6300 นะจ๊ะ โฟกัสไวใช้สะดวกโคตรๆ
ขอบคุณ Sony Thailand https://www.facebook.com/SonyThai/ที่ให้เราหยิบยืมเจ้า SONY α6300 มาลองใช้งานในทริปนี้ด้วยจ้า บอกเลยว่าใช้แล้วเคลิ้มสุดๆ ใช้ดีจนเครียด!!! แบบว่าอยากเป็นหนี้อะบอกเลย ๕๕๕


มันน่าบิดไป KL รวดเดียวเลยจริงๆ อิอิ
มีป้ายระวังวัว…แต่ไม่เจอสักตัว (ดีแล้วววว)
ระวัง ข้างหน้ามีทางกลับรถ (เดาล้วนๆ)
พี่ตำรวจกับมาร์แชลคุมซ้ายให้ตลอด สี่ล้อที่ไหนจะห้าวตบเข้ามากลางขบวนกันล่ะ
ไม่ต้องเถียงกันแบบบ้านเราว่ามอเตอร์ไซค์ควรขึ้นทางด่วนไหม บ้านเขาให้เข้าฟรีเลยจ้า จบเน๊อะ
สี่ล้อบ้านเขา เห็นตำรวจนำมาแบบนี้เขาหลบเลยนะ ไม่ใช่หลบธรรมดา คือหลบแบบชิดซ้ายจอดไหล่ทางกันเลย
อ๊ะ พี่มาร์แชลสักรูป
อย่างที่เห็นแหละ โบกคือต้องหลบ ต้องจอด…
ไม่ต้องถามหาที่กลับรถ เจอแต่เบี่ยงออกเบี่ยงเข้า ออกไม่ทันก็ยาวๆไป ๕๕
เรารู้นะภูริ นายกำลังเมื่อย นายกำลังร้อน เลยต้องยืนเพื่อคลายกล้ามเนื้อXXX และรับลมที่พ้นจากชิลด์หน้า อิอิ เรารู้ เราก็เป็น ๕๕
ประมาณทุกๆ 50 กิโลเมตร จะมีจุดจอดพักริมทาง ให้ผ่อนคลาย หาอะไรกิน เข้าห้องน้ำ หรือแม้กระทั่งละหมาดอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
ป้ายทะเบียนของเจ้าวัลคิรี่ของเฮียนนท์ นครสวรรค์ เลขป้ายน่ารักจริงๆ อิอิ
มารุมฟังเสียงท่อของ Gold wing คันนี้ หวานหูสุดๆ
มีพื้นหญ้าในเอนกายผ่อนคลายความเหนื่อยล้า…
เดินเล่นดูของกินใน KAWAZAN REHAT
น้องพลับ!!
ได้หมดถ้าสดชื่น ระวังลื่นถ้าสดจัด
หลังจากแวะพัก ผมเปลี่ยนตัวมาซ้อนบ้าง ให้ @topsavage เป็นผู้ขี่แทน
ตรงไหนที่มีการซ่อมบำรุงถนน จะเจอคุณพี่ท่านนี้ยืนโบกหยอยๆสู้แดดสู้ลม เป็นกำลังใจให้นะพี่นะ
ทางดี โค้งดี เรียบกริบ
ตรงไหนที่ซ่อมที่ปะ บอกเลยว่า…เรียบกริ๊บ!!
ตัดกลับมาดูรถกันบ้าง วันนี้พี่โยขี่แอฟฟริกาทวิน
แบงค์ superbike ขี่ CB1100EX
ลากมาเรื่อยๆ เตรียมเข้าจอร์จทาวน์
ขึ้นสะพานข้ามทะเลไปปีนังกันจ้า
อากาศปลอดโปร่งดีมาก (จะบอกว่าร้อนก็เกรงใจ)
แดดเป็นแดด เงาเป็นเงา
ชัดๆนะ รถยนต์กับมอเตอร์ไซค์น่ะ อยู่ด้วยกันได้
เลี้ยวขวาลงจาร์จทาวน์เลยลูกเพ่
ปีนังเป็นเมืองริมทะเลที่แจ่มมาก
ขึ้นสะพานลงอุโมงค์กันสนุกเลย
พอเข้าเขตเมืองเก่า ต้นไม้ร่มรื่นมาก
เฮียเต็ก บื๊กบอสของ Big wing พระรามห้า
พี่ชายใจดี พี่ชาญชัย ผู้จัดการ Big wing พระรามห้า ก็มาด้วยจ้า
จอดเรียงกันหน้าโรงแรมเลย V.I.P. ผุดๆ
ถอดหมวกออกมาแล้วหัวกระเซิงกันหลายคน ๕๕
โรงแรมที่พักคืนนี้อยู่ติดกับห้างสรรพสินค้าเลยจ้า ผู้คนเดินกันควักไคว่แต่ไม่วุ่นวาย
เสร็จแล้วก็มารอปลาเก๋าที่แยกขนมาต่างหาก
มองหา welcome drink…. เป็นไอติมแทนแห๊ะ แปลกดี๕๕
ลงทะเบียนรับกุญแจห้อง…ห้องละคนเลยนะตัวเอง
ป๋าเบิร์ดช่วยทำงานด้วยการชี้เป้าสปอนเซอร์ให้ อิอิ
รอกันสักพัก…ปลาเก๋าก็มาเสิร์ฟ ขึ้นห้องสิครับรออัลไล
อัยย๊ะ อั้วได้ Sea view ด้วยอะ
ลืมเอาปลั้กแบบ universal มา …รอดไป
ไม่มีอ่างอาบน้ำ…
อย่างที่บอกว่าได้คนละห้อง…มาดูห้องของ @Topsavage กันบ้าง
ทำไมมีแต่โซฟากับโต๊ะทำงาน…ห้องนี้พิเศษครับ ให้ลูกค้านอนโซฟา…ไม่ใช่ดิ…คือเป็นห้อง Suit น่ะครับ กรี๊ดดด อิจฉาาาา
เดินไปดูห้องนอน
ตั้งปลุกเองได้ข้างเตียง
ห้องน้ำอยู่ทางนู้นนนน
เอิ่มมมมม อิจฉาาาาา
รักกันก็ตรงนี้แหละ
หลังจากทำธุระส่วนตัวกันแล้ว ช่วงหัวค่ำก็มีงานเลี้ยงต้อนรับโดย BoonSiew Honda https://www.facebook.com/HondaMotorcyclesMalaysiaBoonSiewHondaจัดที่หน้าห้างใกล้ๆโรงแรมที่พักนั่นแหละ อลังการกันไปอีกค่ะคู๊ณณณณณ
เจอะเจ้าคันนี้จอดโชว์….แหม่ อยากให้มีขายในบ้านเราบ้างจังเลย ขอลายนี้เลยนะ
ท่ออย่างสวยยยย




ไม่ใช่อะไร…มาช่วยกินนั่นเอง ของกินเยอะมากกกก เบียร์ไม่อั้นครับท่านผู้ชม
ไม่ต้องถามหาหมูนะฮะ ไม่กินไก่ไม่กินปลาก็กินแกะกินแพะแทน



ที่นี่ใช้กันเยอะมากนะรุ่นนี้


นั่งกินกันแบบนี้ ก็คล้ายๆบ้านเรานี่แหละ
ม้างานประจำถิ่น
ร้านนี้คล้ายๆตามสั่งบ้านเรา คนรุมอย่างเยอะ
ร้านนี้ดูคล้ายๆมะม่วงน้ำปลาหวาน….อ่อ คนมาเลดูท่าทางจะชอบมะม่วงมากนะฮะ อาหารเช้าโรงแรมทุกที่จะมีน้ำมะม่วงใส่โหลแก้วใหญ่ๆไว้คู่กับโหลแก้วใส่น้ำส้ม
ร้านนี้ไม่ต้องสืบนะว่าขายอะไร ตรงตัวเลย๕๕๕
หอมมากกกกกก
ร้านนี้จะเป็นพวกข้าวนาซีนู่นนี่นั่น คิวยาวเลยล่ะ
บุหรี่ก็หาซื้อได้ในตลาดนี้แหละ เทียบกับบ้านเราแล้วถือว่าแพงมาก
ข้าวนาซีอีกร้าน จะเอาท๊อปปิ้งอะไรล่ะชี้เล้ยยยย
โอ้วววว ปูๆๆๆๆๆ
สับๆราดน้ำแกง จ่ายตังค์
กินไปเมาท์มอยไป
เดินกลับมาหน้าโรงแรมดีกว่า
เจอแกงค์ A.P.Honda กำลังนั่งคุยงานกันอย่างเคร่งเครียด
ไหนๆคุยไรกัน
ดูๆแล้วน่าจะเป็นบทสนทนาทางวิชาการเกี่ยวกับกายภาพของมนุษย์ในเอเชียอาคเนย์
เหมือนคืนนั้นจะจบลงอย่างสวัสดิภาพ…แต่เดี๋ยวก่อน!! เราลืมเล่าให้พวกนายอ่านไปว่า ก่อนมาเนี่ย เราคุยไลน์กับเพื่อนกลุ่มสมัยเรียนอยู่เชียงใหม่ สรุปได้ว่าเรามีเพื่อนรักคนนึงมาทำมาหากินอยู่ที่ปีนังได้สิบกว่าปีแล้ว เรียกว่าอยู่จนได้เมียได้ลูกที่นี่แล้ว ดังนั้น…แม้ว่าจะอิ่มจนพุงแตก แต่คืนนั้นเราก็ต้องออกไปสักหน่อยนึง บอกเพื่อนไปว่าอยากรู้ว่าคนปีนังจริงๆชีวิตกลางคืนเขาเป็นอย่างไร….เอาแบบที่พอจะแพร่ภาพได้นะ โอเค เพื่อนรักจัดให้ สักสี่ทุ่มกว่าๆเพื่อนมารับที่หน้าโรงแรม เพื่อนบอกว่าคนที่นี่เขาเริ่มเที่ยวกันจริงๆก็สี่ทุ่มนี่แหละ ป่ะ!!

เอาจริงๆวันนั้น ผมก็เริ่มง่วงๆแล้ว เลยขอเพื่อนเอาแบบซอฟท์ๆ ผู้ใหญ่ๆเที่ยวกัน เพื่อนพามานี่เลยฮะ คล้ายๆคาเฟ่ แต่โต๊ะหน้าๆเนี่ยโล่งเลย ทั้งร้านส่วนใหญ่เป็นอาเฮียอาแปะ อาเจ๊มานั่งดูนักร้องด้วยก็มี พาลูกน้อยมายังมีเลย อ่อ จากที่นั่งๆฟัง วัฒนธรรมการแสดงดนตรี การชมดนตรีและการแสดง ที่นี่จะไม่เหมือนบ้านเรานะฮะ เพราะวัฒนธรรมของศาสนาเขาค่อนข้างจะปิดเรื่องร้องรำทำเพลง ร้องได้เต้นได้แต่มีลิมิตเยอะหน่อย ดังนั้นถ้ามานั่งฟังเพลงหรือดูโชว์แล้วเซ็งๆนี่ไม่ต้องแปลกใจ ผมนั่งดูแล้วอ้าปากหวอเลย ต้องหันไปถามเพื่อนตลอดว่า เฮ้ยยยย แบบนี้เขาสนุกกันเหรอวะ (หันไปมองรอบๆก็เห็นอาเฮียอาแปะนั่งยิ้ม สายพาเพลิดเพลิน ตบมือตามเพลงกันบ้าง) เพื่อนบอก เออออออ นี่แหละสนุกแล้วของที่นี่
เพื่อนพามาร้านนี้บอกอยากพามาเจออาเฮียท่านนี้ ง่ายๆคือแกเที่ยวทุกคืน ทุกคืนจริงๆ มาแล้วก็สั่งเบียร์ทีละสามขวดๆแล้วก็นั่งฟังเพลง แจกพวงมาลัยนักร้องทุกคืน…นับถือๆ
ยกมือไหว้ทักทายเฮีย เฮียรับไหว้แล้วยื่นมือมาเชคแฮนด์ คือคนที่นี่เขาเ๙คแฮนด์ทักทายกันนะฮะ แต่จะมีท่าเฉพาะนิดนึงที่ไม่ค่อยเหมือนทางตะวันตก แต่เราเป็นนักท่องเที่ยว เขาไม่ซีเรียสครับ ทักทายเสร็จ เฮียสั่งเบียร์มาเลี้ยงอีกสองเชท = หกขวด….ชิหัยแล้วโอมมี่ คืนนี้เอ็งคลานกลับห้องแน่
จัดการเบียร์เสร็จ เฮียแกจะสั่งมาเพิ่มอีก เดี๋ยวๆๆ ใจเย็นเฮีย ขอผมไปเปิดหูเปิดตาที่อื่นก่อนนะ ไว้รอบหน้าจะมาถล่มใหม่นะครับ ร่ำลาแล้วเพื่อนก็พาเดินเข้าห้องข้างๆ โอ๊ะ โห เอากันอย่างนี้เลยหราาาา ทีนี่เล่นเงินสดเลยนะจ๊ะไม่ต้องแลกชิฟ
แห่งสุดท้ายของคืนนั้น เพื่อนพาไปฟู๊ดคอร์ทอีกที่ๆมีดนตรีสดร้องสดเล่นให้ฟังกันด้วย อากาศเย็นสบายกำลังดี จัดเบียร์ไปอีกหลายขวด ได้นั่งคุยกับพี่ๆไทย และคนมาเลที่พูดไทยได้ที่มาทำมาหากินที่นี่ ได้ความรู้เยอะเลย สรุปได้ว่า ปีนังนี่ต้องมีมาล้างตากันแบบเต็มๆสักทริปแน่นอน เป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมเฉพาะที่น่าสนใจมากอีกเมืองหนึ่งเลยล่ะ ไว้กลับมาเจาะลึกจัดเต็มว่าคนปีนังเขากิน อยู่ เที่ยวกันแบบไหนนะจ๊ะ คืนนั้นกินเบียร์ไปหลายขวดมาก แต่น่าแปลกที่…ไม่เมาเว้ยเฮ้ย เบียร์ที่นี่อร่อย ดีกรีแท้ และกินแล้วไม่มีเมาค้างตอนเช้า…เออ ดีวุ้ย ๕๕


วันที่สองของการเดินทาง เริ่มต้นด้วยรหัส 7>8>9 ผมตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย (กว่าจะกลับโรงแรมก็ปาไปตีสองกว่า) เช้านี้หน้าที่พลขี่จึงเป็นของ @Topsavage หลังจากทานมื้อเช้า…กิจกรรมแรกของวันคือการไปเติมน้ำมันให้เต็มถังที่ปั้มหอยเช่นเคย
อย่างที่บอกว่ามาเลใช้ระบบบัตรเครดิตเติมน้ำมันนะฮะ มีเครื่องเสียบให้ที่หัวจ่ายเลยจ้า
เอาราคาวีเพาเวอร์ 97 มาฝากจ๊ะ
พนักงานปั้มชาวมาเลบอกว่าถ่ายรูปให้เขาหน่อย ด้วยโทรศัพท์เรานั่นแหละ โอเค ลูกพี่ได้ออกพันทิปแล้วนะฮะ



แบงค์ Supebike กับ NM4
พี่โย โมโตครอส วันนี้ก็ถอย cc ลงไปขี่ 500R เหมือนกัน
ย้ำอีกทีว่ามอเตอร์ไซค์บ้านเขาขึ้นสะพานได้ และบางสะพานก็มีเลนกั้นแบริเออร์ให้มอเตอร์ไซค์วิ่งต่างหากเลยด้วย

ข้ามสะพานมาก็จะเป็นเขตอุตสาหกรรม วันนี้เรามาเยี่ยมชมโรงงานของ BoonSiew Honda กัน พนักงานทั้งโรงงานออกมารอต้อนรับเราอย่างอบอุ่น
(รูปจากกล้องส่วนกลาง)
มีการนำทีมแข่งฮอนด้าของที่อยู่ในสังกัดมาวิ่งโชว์ให้เราดูเล็กๆ สนุกตื่นเต้นดีงาม
(รูปจากกล้องส่วนกลาง)
(รูปจากกล้องส่วนกลาง)
(รูปจากกล้องส่วนกลาง)


วันนี้เส้นทางจะผ่านช่วงที่เป็นภูเขาบ้างแล้ว ทางสวยกว่าเมื่อวาน มีโค้งมากกว่า ขี่กันเพลินๆ
ต้องผ่านอุโมงค์หนึ่งด้วยจ้า (ชื่ออุโมงค์ไรหว่า)
วาร์ปปปปปปปปปปปปปปปปปป
พอบ่ายหน่อยๆก็แวะ KAWASAN REHAT กันอีกรอบ คราวนี้ทีมมาเลเขาพามากิน A&W หิวจัดถ่ายไม่ทัน เอารูปกล้ามล่ำๆของพี่เจ ผู้จัดการออนไลน์ไปแทนก็แล้วกัน
น้องฟารีดาจากทรูไลฟ์ บอกไม่มีภาพตอนขี่เลย (หลับในรถตู้มาตั้งแต่เมื่อวาน) วันนี้เลยขอป๋าเบิร์ดซ้อน Goldwing เพื่อเก็บภาพ
เออ เท่าที่สังเกต รถบรรทุกที่นี่ส่วนมากจะใช้กะบะบรรทุกที่ทำจากไม้
ไปกันต่อ…พอขบวนเราจะออก พี่จราจรพิเศษกับมาร์แชลจะออกไปกั้นทางด่วนให้แบบนี้เลย โหดมากกกกกก


พี่เคน Autospin ก็ยังอยู่กับ Cross Tourer เช่นเมื่อวาน
ย้อนกลับไปที่ภาพหัวกระทู้ จะเห็นว่าถนนเงาๆ นั่นแหละ ก่อนเข้า KL ประมาณสามสิบกิโลเมตรเราขี่ลุยฝนกันมาพอประมาณ พอได้เปียกๆชิ้นๆ
(ภาพจากกล้องส่วนกลาง)
(ภาพจากกล้องส่วนกลาง) ภาพนี้คือเรามาขี่อยู่ใน KL แล้ว ที่มหัศจรรย์มากคือเราเข้ามาประมาณสี่โมงเย็น ซึ่งรถควรจะเยอะ แต่ไม่รู้พี่จราจรเขาเสกมนต์อะไรใส่ เราเข้ามาถึงใจกลางเมืองกันแบบงงๆว่าไม่เจอรถติดเลย ขี่เข้ามาแบบไม่ต้องจอด บางทีเห็นข้างหน้ารถเยอะหน่อย พี่จราจรแกวิ่งไปร่ายมนต์แล้วเป่าพรวด รถจอดซ้าย จอดขวาเป็นช่องให้เราแทรกทะลุกันไปได้ทั้งขบวนแบบสบายๆ งงมากกกก โหดอะไรเบอร์นั้นฮะพี่ๆ


ตาเบล พลกล้องซุ่มยิงจาก override เฮ่ยๆนี่มันในโรงแรมนะนาย ทำไมต้องทำท่าทางมีพิรุธด้วยล่ะ


ไม่ได้วิวตึกแฝด…แอบเศร้า
ยังดีที่มีอ่างอาบน้ำให้แช่น้ำอุ่นเป็นการปลอบใจ


เบอร์โทรอื่นจะได้ยินเสียงรอสาย แบบๆๆว่าให้รอ…เฮ้ย ใครเข้าลิฟท์ไม่ปิดมือถือฟะ
ท่านกำลังเข้าสู่บริการรับฝากกกก หัวใจ
ลงทะเบียนฝากไว้ ตัวเอากลับไป ใจให้เก็บรักษาาาาา
ลงทะเบียนกันแล้วมาพูลปาร์ตี้กันแบบเริ่ดค่าาาา







พี่เคนกะหมวยๆ เงือกสาวของเรา วู้ววววฮูวววว
เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แก่ท่านทั้งหลาย ชั่วกาลนานเทอญ
(เหมื่อนได้ยินเสียงผู้อ่านสาปแช่งแว่วๆว่า…เมื่อไรจะถึงสนามฟะโอมมี่)


น้ำนี้ไม่กล้ากินก่อนไปสนามจริงๆนะเธอว์


มาถึงลานจอดมอเตอร์ไซค์ของสนามเซปังแล้ว อลังมาก ดูแล้วจอดได้หลายหมื่นคัน มาๆ ตามมาดูบูทสินค้าต่างๆในงานกันเถอะ ลากรูปกันยาวๆนะไม่บรรยาย อิอิ


ของกินก็พอมีขายนะในนี้
วันนี้เราได้ที่นั่งแกรนแสตนฝั่งพิทครับ
เจ็บใจตัวเอง ไม่ยอมยืมเลนส์เทเลมาด้วย ยืมมาแต่เลนส์คิทติดกล้อง เลยถ่ายได้แค่มุมและระยะเท่านี้…
ชมการซ้อมไปด้วย ซู๊ดสปาเกตตี้ไปด้วย เพลิ๊นเพลิน
สักพัก…น้องฝนก็เทเราตามนัด
รุ่น MotoGP เตรียมซ้อมแล้ว เสียงสนั่นลั่นเข้าไปบีบหัวใจมันรัวเร้าเสียนี่กระไร
ปัญหาคือ…หาไฟล์ภาพตอนรุ่นใหญ่ซ้อมไม่เจอจ้า…แบบนี้ปีหน้าต้องไปซ่อมสินะ


เราจะได้เห็นบูธนี้ในสนามช้างไหม….
ขากลับแวะถ่ายรูปร้านต่างๆมาเพิ่มให้อีกรัวๆ

ออกมาดูมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ในลานกันบ้าง
คืนนี้เราเปลี่ยนที่พักจาก KL มานอนที่เมืองใหม่ของมาเลเซียที่เพิ่งสร้างได้ไม่กี่ปีนี้เองคือเมืองปุตราจายา เป็นเมืองที่มาเลเซียจงใจเสกสรรค์ให้เป็นเมืองศูนย์ราชการในพื้นที่ 7X7 กิโลเมตร ถนนหนทางและอาคารต่างๆมีสถาปัตยกรรมที่งดงามมาก เป็นอีกเมืองที่มาเที่ยวมาเลเซียแล้วไม่ควรพลาดเลยจ้า
มาถึงโรงแรมที่พัก พวกเราก็รวมตัวกันไปขอบคุณตำรวจจราจรพิเศษและทีมมาร์แชลที่ช่วยดูแลการเดินทางให้เราอย่างยอดเยี่ยมที่สุด และถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึก
อ๊ะ…เจออะไรจอดอยู่หน้าโรงแรม…
หูย บ้านเราหาดูยากนะเนี่ย(จริงๆไม่เคยเจอเลยแหละ)


มีเตารีดให้ด้วย เหมาะกับราชหมีห์อย่างเรายิ่งนัก
ไม่มีอ่างอาบน้ำ…เสียใจ
โอเค…ยังมีผู้ช่วยคอยปลอบใจ
แน่นอนว่าอีกเตียงต้องหาอะไรไปกองๆไว้
หน้าโรงแรมเป็นห้างสรรพสินค้าและโรงภาพยนต์
เป็น connecting room ดีมากกก เกิดดึกๆมีเสิร์ฟสุกี้น้ำจะได้โดดถีบประตูไปเรียก @Topsavage มากินด้วยกัน


เปิดดูไหม…
จ๊าด้างงงงงง
เอ้า จั่วได้
มาแล้วๆๆ
ผลัดกันกล่าวทักทาย
V.I.P. และสื่อจากประเทศต่างๆผลัดกันขึ้นไปถ่ายภาพร่วมกับนักแข่งและแชมป์ MotoGP 2016
ก่อนจบงานก็มี press conference เกี่ยวกับทิศทางการทำทีม Honda Racing ของ Asian Honda อีกหน่อยนึง
ตัดเข้ามาที่การแข่งขันกันเลย วันนี้เราได้ที่นั่งแกรนแสตนหน้าโค้งที่ 9 มุมนี้เป็นมุมที่ล้มกันระเนระนาดอีกมุมหนึ่งเลยจ้า อย่างที่ทราบกันดีว่าสนามนี้ฝนถล่ม ล้มกันทุกคลาส
เรานั่งรวมกับกองเชียร์ฮอนด้าในคอนเซปท์เสื้อสีแดง one heart
(ภาพจากกล้องส่วนกลาง)


นอกจากได้มุมของโค้ง 9 ที่ล้มกันบ่อยแล้ว แสตนนี้ยังได้มุมทางตรงยาวๆจากโค้ง 14 มาโค้ง 15 ด้วย สุ้มเสียงนี่ไม่ต้องพูดถึง หาที่อุดหูใส่เถอะ (ใส่ๆถอดๆเป็นบางช่วงแหละ ช่วงไหนอยากได้อารมณ์เต็มๆก็ถอด โอ้ยยย สะใจ)

เมื่อจบการแข่งขัน นักแข่งก็จะมาทักทายผู้ชม และไม่ว่าเราจะเชียร์ค่ายไหน เมื่อนักแข่งมาทักทายที่แสตน ตามธรรมเนียมการชมที่ดีแล้ว นักแข่งก็จะได้รับเสียงปรบมือจากผู้ชมเป็นสิ่งตอบแทน…มันดีต่อใจจริงๆนะโมเมนต์นั้น
ยกล้อโชว์เพื่อขอบคุณผู้ชมกันสนุกเลย

หลังจากรอให้พื้นแทรคดีขึ้นสักนิด พวกเขาก็มากันแล้ว สุดยอดของนักแข่งมอเตอร์ไซค์ในรุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุด MotoGP นั่นไง ออกจากโค้ง 8 มากันแล้ว สุดจริงๆนะบอกเลย
wet track แบบนี้ ไลน์โค้ง 9 นี่กระเจิดกระเจิงกันมาก ๕๕
ปกติอมยิ้มจะแพ้สนามเปียก แต่วันนั้นก็ขี่ได้ดีมาก
พ่อหมอก็ยังเก๋าครบเครื่องเช่นเคย เสียงกองเชียร์กระหึ่มสุดๆแล้ว ก็แน่นอนล่ะ สนามเซปังนี่เปรียบเสมือนเป็นบ้านอีกหลังของพ่อหมอเลย
บักโจก็ระเบิดฟอร์มร้อนแรง..เกินไปหน่อย
ส่วนโดวี่ ต้องยอมรับว่าตั้งแต่ควอลิฟายแล้ว เขาขี่สนามนี้ได้ดีจริงๆ แล้วก็เป็นไปตามคาด หลังจากเชือดกับพ่อหมอตลอดการแข่ง บ่าววีก็ขึ้นโพเดี้ยมที่ 1 สนามนี้ได้สมใจ
ช่วงที่บ่าววีกับพ่อหมอเชือดเฉือนกันนี่เร้าใจจริงๆ
ส่วนพ่อหนุ่มมันแกว หลังจากได้เก้าอี้แชมป์โลกไปครองมาก่อนหน้านี้แล้ว วันนี้ก็ยังขี่ได้เต็มฟอร์ม แม้จะพลาดล้มไปแต่ก็ยังลุกกลับเข้ามาแข่งต่อจนจบการแข่งขันได้ในอันดับที่ไม่เลว
(ภาพจากกล้องส่วนกลาง)
เจอสองคนนี้ที่สนามบินด้วย
ไม่ได้ถ่ายคู่กับพี่ชาย ได้ถ่ายคู่กับน้องชายก็โอเค รีบๆเก่งขึ้นมาฟัดกับพี่ชายนายให้ได้นะเอาใจช่วย
ในฐานะที่ผมก็ใส่ FURYGAN เหมือนกัน เจอ Tito rabbat นี่ก็ปลื้มเลยจ้า
และแล้ว แม้เครื่องจะดีเลย์ไปหน่อย ต้องบินวนเกินครึ่งชั่วโมงกว่าจะได้แลนดิ้งลงที่สุววรณภูมิ แต่ก็ได้กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยและได้เก็บเกี่ยวความทรงจำที่ยอดเยี่ยมจากทริปนี้ได้อย่างบริบูรณ์
]ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามรับชมกระทู้นี้ข้ามวันข้ามคืนจนจบ
ขอบคุณ A.P.HONDA สำหรับโอกาสที่มอบให้
ขอบคุณ Sony thai สำหรับอุปกรณ์ยอดเยี่ยมที่ให้ยืมมาใช้งาน
จนกว่าจะพบกันใหม่ สวัสดีและขอบคุณครับ
ทิ้งท้ายกันอีกหน่อยสำหรับของที่ยืมมาใช้ในรอบนี้ ผลการลองใช้งานได้ผลในระดับที่น่าพึงพอใจ เพราะกำลังมองหากล้องที่ให้ไฟล์ภาพดี ถ่ายง่าย ใช้คล่อง โฟกัสไว พกพาสะดวกกว่า DSLR ดูทรงแล้วคงจะได้เป็นหนี้กับเจ้า SONY α6300 เป็นแน่แท้ พรีวิวย่อยๆให้ชมกันนิดนึงก็แล้วกัน เพราะในส่วนของกล้อง ยอมรับว่าตัวเองเป็นเพียงมือสมัครเล่นที่ใช้งานกล้องเพื่อการทำงานเท่านั้นจริงๆ รายละเอียดคงต้องให้ช่างภาพห้องกล้องเป็นฝ่ายเหลาจะครบถ้วนกระบวนความดีกว่า
วางจำหน่ายมาพักใหญ่ๆแล้วสำหรับเจ้า SONY α6300 กล้อง mirorless ที่ใช้เซนเซอร์ APS-C type (23.5 x 15.6 mm) Exmor CMOS sensor นับเป็นเรือธงของ mirorless จากโซนี่ในเวลานี้ ให้ความละเอียดของภาพที่ 24.2 ล้านเมกาพิกเซล ตัวกล้องทำจากแมกนีเซียมเพื่อความแข็งแรง สามารถดัน ISO เพิ่มได้สูงสุดถึง 51200 โฟกัสได้อลังการถึง 425 จุด ซัดแบบหวังผลได้ดีมาก และสามารถใช้ silent shooter ได้ ซึ่งดีมากสำหรับสายถ่ายไลฟ์ และถ่ายไฟล์วีดีโอได้ถึง 4K
ตัวที่ยืมมานี้มาพร้อมกับเลนส์ 16-50 OSS F 3.5-5.6 ใช้งานทั่วไปได้ครอบคลุมในระดับหนึ่ง
สายคล้องคอที่แถมมาก็พื้นๆ มีขนาดกระทัดรัดเมื่อเทียบกับสายของ DSLR ที่เคยใช้นะ
ปุ่มหมุนเพื่อควบคุมฟังค์ชั่นการใช้งานเรียบง่ายไม่ยุ่งยาก ขนาดก็พอดีนิ้ว
เมื่อจะอัดวีดีโอก็มีปุ่มแยกออกมาต่างหาก ในตำแหน่งที่ใช้นิ้วกดได้สะดวก
กริปของกล้องมั่นคงใช้งานได้ดี แม้จะควักขึ้นมาถ่ายเมื่อซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ที่ความเร็วเป็นร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงจะยังมั่นคงแข็งแรง
ปุ่มไดอัลต่างๆที่มีมาให้ ใช้งานง่าย ควบคุมได้ไม่ยาก ไม่เยอะ ทำความเข้าใจสักพักก็ทำงานได้เลย
การซูมระยะเข้า-ออก ของเลนส์ จะใช้มือหมุน หรือจะใช้ปุ้มซูมไฟฟ้าที่ตัวเลนส์ก็ได้
ชัตเตอร์นุ่มนวลพอดีนิ้ว
การแสดงผลภาพเลือกได้ระหว่างให้ขึ้นจอ LCD หรือดูเอาในวิวไฟน์เดอร์
จอ LCD พับปรับมุมได้ จะถ่ายเสยหรือถ่ายกดก็สะดวก
แบตเตอรี่เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปในหนึ่งวัน ประมาณ 350-400 ภาพ
เปิดฝาข้างซ้ายมาก็จะเจอพอร์ทต่างๆ ซึ่งก็ชาร์จไฟด้วยพอร์ทmicro usbกันแถวๆนี้แหละ
กล้องมันฉลาดมากอยู่แล้ว ด้วยประเภทการใช้งานก็แค่มาปรับจุดโฟกัสให้ตรงกับงานเท่านั้นเอง
แน่นอนว่ากล้องระดับนี้ต้องเชื่อมต่อ Wifi ได้ สะดวกสบายในการทำงาน
เลือกไฟล์ภาพให้เหมาะสมกับงาน
การบันทึกภาพในรอบนี้ผมเลือกใช้ทั้ง Jpeg และ RAW ถ่ายได้มากน้อยก็อยู่ที่ความจุของเมมโมรี่การ์ดด้วยนะจ๊ะ
โดยรวมแล้วผลการใช้งานในรอบนี้ออกมาน่าพอใจมาก แม้จะมีเวลาอยู่ด้วยกันและศึกษากันน้อยมาก (ได้กล้องมาก่อนเดินทางไม่ถึงหนึ่งวัน) แต่เท่าที่ลองใช้ก็ตอบโจทย์ที่ผมต้องการได้พอดี น่าเสียดายในใจไม่กล้าพอจะยืมเลนส์เทเลมาใช้ในงานนี้ด้วย จึงพลาดโอกาสเก็บภาพรถแข่งแบบชัดๆไป ไว้เป็นหนี้เมื่อไรคงจะได้เอามารีวิวกันให้ชัดกว่านี้อีกสักทีหนึ่ง

วันสุดท้ายของการเดินทาง วันนี้เราก็ยังต้องขี่รถไปชมการแข่งขันรอบสุดท้ายอีกเช่นเคย เช้านี้ได้เห็นวินัยจราจรของชาวมาเลเซีย พูดง่ายๆแม้รถจะติดแค่ไหนแต่ไหล่ทางด้านซ้ายจะไม่มีรถยนต์มาวิ่งเลย ดังนั้น พาหนะสองล้ออย่างเราจึงผ่านการจราจรที่ติดขัดช่วงถนนเข้าสนามเซปังไปได้อย่างราบรื่นมาก เจ๋งจริงๆ
(ภาพจากกล้องส่วนกลาง)

ใครขี้เกียจแบกของเข้าสนาม ก็มีบริการรับฝากของนะ

ได้ใจจริงๆ

ไม่มียอมกันหรอก

คนไทยแน่นอน!!

จำไม่ได้ว่านักแข่งท่านใดใช้เบอร์อะไรก็มาทวนความจำกันได้ที่บอร์ดนี้

ทำงานๆๆๆ
