“บิดไป – ถ่ายไป” ณ แม่ ฮ่อง สอน – ดอย อินทนนท์
การเดินทางครั้งนี้เป็น Trip ที่ผมตั้งใจมากครั้งหนึ่งเลยทีเดียวเพราะผมอยากไปนานแล้ว แต่ไม่สามารถไปได้ เนื่องด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่าง หนึ่งในนั้นคือ ไกล และ ใช้เวลาเดินทางหลายวัน ที่สำคัญมีแค่ช่วงเวลา แค่ 2 อาทิตย์ต่อปี ที่ดอกบัวตองจะบานเต็มที่ ณ แม่ฮ่องสอน ผมเลยไม่สามารถไปได้ตามที่หวังมาหลายปีแล้ว แต่ปีนี้โชคดีที่มีเวลาว่างและเพื่อน ๆ ก็สละเวลาจากงานไปด้วยกันได้ จุดหมายของผมหลัก ๆ คือ ดอยแม่อูคอ และ ดอยอินทนนท์ การวางแผนบอกเลยว่า แทบจะไม่มี ตรงใหนสวยก็แวะ อยากจอดก็จอด อยากถ่ายก็ถ่าย เอาล่ะ ตามผมมาครับ ผมจะพาไปเที่ยวกัน ![]()
![]()
![]()

ผมจอง ตั๋วรถไฟ ไปกลับ จาก กทม เชียงใหม่ โดยจะนำรถมอเตอร์ไซด์ ขึ้น รฟท. แล้ว นำลงที่เชียงใหม่ เหตุผลคือ ประหยัดเวลา ประหยัดแรง และ ค่าใช้จ่ายก็แพงกว่าการขับไปนิดหน่อย
ค่าโดยสาร 841 บาท / คน (นอนชั้นสอง เตียงล่างหมด) รถไฟต้องเป็นรถรุ่นเก่านะครับ รุ่นใหม่ไม่มี โบกี้สินค้าเอามอเตอร์ไซด์ขึ้นไม่ได้
ค่าระวาง ของผม 1000 CC ก็ ประมาณ 1500 บาท
แต่ถ้าขับไปเองก็จะต้องเสียเวลาหนึ่งวัน หนึ่งคืน (นอนเชียงใหม่) ซึ่งจะทำให้ทริปยาวไปอีก เพื่อน ๆ ลางานไม่ได้นานขนาดนั้น ทางเลือกนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วครับ (สำหรับพวกเรา)
แต่แล้ว พอถึงวันเดินทาง ผมไปถึงก่อน รถไฟออก 2 ชม. พอเข็นรถเข้าไปจอดตรง เค้าเตอร์ ชำระค่าระวางสินค้าเท่านั้นแหละ ยังไม่ทัน จอดดีเลย จนท เดินมาบอกว่า ไปสามคันเหรอ ? ไปใหน ? ไปเชียงใหม่น่ะ ” ไปไม่ได้หรอก ไปไม่หมดหรอก “ โบกี้มันเล็ก ต้องทะยอยกันไป หรือไม่ก็ต้องไปเที่ยวต่อไปหรือไม่ก็พรุ่งนี้เช้า !!!!

ถ้าไปไม่หมด หรือ ต้องไปช้าวันนึง บอกเลยครับ ทริป พัง เพราะว่าจองที่พักไว้หมดแล้ว แล้วอย่างที่ทราบว่า ช่วงนี้ high season หาที่พัก ได้ยากมาก ใจแป้วเลย
แต่ผมก็ใจดีสู้เสือ คิดว่า ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้แหละ คุยกะ จนท ดี ๆ บอกว่า ขอชำระค่าวางสินค้าก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวตู้มาถึงเราค่อยไปดูที่ทางกันว่าจะทำยังไงได้ ตอนนั้น ไฟในหัวลำโพงก็ดับ เข้าห้องน้ำไม่ได้ โคตรทรมานครับ ![]()
![]()
![]()
![]()
สุดท้าย ผมได้พูดคุยกับ จนท ที่ทำการยกรถให้พวกเรา ว่าขอให้ช่วยดูที่ทางให้เราหน่อย ว่าเป็นไปได้ไหม จนท ใจดีมากครับบอกว่า เดี๋ยวพาพวกเราไปขึ้นก่อนแล้วพวกรถเล็กเดี๋ยวเอาแทรกๆ ขึ้นไปทีหลังได้ แล้วก็ทำได้จริง ๆ สุดท้ายก็ได้ไปกันหมด เฮ้อ ไม่งั้น นึกไม่ออกเลยว่า Plan B จะเป็นยังไง ![]()
![]()
![]()
![]()
เอาล่ะ ตามหมี มา หมี จะพาไปเที่ยวเอง



ห้าชม กะว่าวิ่งชิล ๆ

“ ห้วย น้ำ ดัง “


แต่ห้วยน้ำดัง เหมาะกับการนอนค้างแล้วพักดูทะเลหมอกมากกว่า ผมไปมาสองรอบแล้วก็ยังรู้สึกว่าถ้าไปตอนเช้าน่าจะ ดีกว่า แต่พอดีเราไปถึงตอนบ่าย ก็เลยไม่ค่อยได้ไร เสร็จแล้วก็เดินทางต่อครับ ต้องทำเวลาหน่อย
ขับไปมาก ๆ ก็ “ หน่วง ๆ เหนือ่ย ๆ “ ครับ ก็แวะหาที่ “ถ่าย” กันไปเรื่อย

ผมถามเท่าใหร่ครับ
น้องตอบ : เท่าใหร่ ก้อ ดั๊ย ค่ะ แล้วแต่ลุง
หนูเอ๊ย จะไม่ถ่ายก็เพราะมาเรียกลุงเนี่ยแหละ ผมออกจะยังหนุ่มยังแน่น !! แค่หัวมี high light สีขาว กะ ริ้วรอยนิดหน่อย เอง !!


เสน่ห์ของการเดินทางคือ “ระหว่างทาง” นี่แหละครับ บางอย่างเราเก็บภาพไม่ได้หรอก แต่มันจะอยู่ในความทรงจำเสมอ
** แสงสีทอง **
๐๐ แสงสุรีย์ ส่องสว่าง เบิกทางใส
ประโลมไอ อุ่นกรุ่นนัก ในยามนี้
ทอแสงเด่น ล้อเล่นลม สมฤดี
ให้จิตนี้ ต้องทนสู้ แกร่งทานทน
CR: แมงก่ำเบ้อ

เฮ้ย บ่าย 2 แล้ว ยังไม่ได้กินข้าวเลย แล้วเราจะกินใหน ?
เสียงตอบกลับมาสั้น ๆ “ เตี๋ยว จ่า โบ่ “
ผม : โอเคงั้นไปเลย
ก่อนถึง แวะเติมน้ำมัน ถามทางเด็กที่ปั๊ม (ตอนนั้นบ่าย สามกว่าแล้ว) ผมถามว่า ร้านยังเปิดไหม น้องบอก เปิด เพ่ !!! ไปเลย ก๋วยเตี๋ยวขายถึง 6 โมงเย็น
ตอนนั้นผมหิวโคตร ตั้งแต่เช้า ยังเกือบเย็นแล้วได้กินข้าวแค่มื้อเดียว แต่พอถึง
“จ่าโบ่ “
อ้าวเฮ้ย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หว่า !!! มันหมดแล้วครับ ก๋วยเตี๋ยวอ่ะ เหลือแต่กาแฟ

เออ ดีเหมือนกัน “ ม่าม่า ห้อย ขา “





การเดินทางย่อมมีความท้อแท้
การเดินทางจะสำเร็จต้องมีความมุ่งมั่น
การเดินทางถ้าล้มเลิกกลางทางจะไม่ถึงจุดหมาย
CR : Beau Orranit

กว่าจะถึงปางอุ๋ง ก็ค่ำแหละครับ ขับรถลำบากมาก มืด น่ากลัว ทางชัน ทำไงได้ ก็ขับกันชิลเหลือเกิน 19.30 พึ่งจะเข้าที่พักได้ แต่ก็เอาเถอะ ถึงปลอดภัยก็ดีแล้ว หาไรกินกันจริงจังเสร็จ (ไม่ได้ถ่าย หิวมาก) ก็เดินชมวิวสิครับ


Shutter B – ขาตั้งกล้อง – สายลั่น shutter งัดออกมาใช้ให้หมด ถ่ายรูปนึง ก็ ดกไป กรึ๊บนึง … เออ มัน ดี แฮะ !!
ปล. ถ่ายดาว ให้ไม่เป็นเส้นมาก ถ่ายยากเหมือนกันครับ ต้องคำนวนเวลาดี ๆ ไม่ให้นานเกิน ไม่งั้นดาววิ่งเป็นเส้น ถ่ายเสียไปก็เยอะ งึม ๆ


6 โมงเช้า ตื่นมา หวังว่าจะเจอธารหมอก … ปรากฏว่า โอ้โห…. ใสกิ๊ก ๆ ฮ่าๆๆๆๆ ![]()
![]()
![]()
![]()
![]()









ความสดใส + ความเดียงสา มันทำให้เช้าวันใหม่ สดชื่นไปอีก 235 % เลยแหละครับ




แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การ กิน นอน ด้วยกัน หลาย ทริปแล้ว … ความรู้สึกบางอย่าง มันก็ห้ามกันไมได้อ่ะนะครับ ( ฟังเพลง เพื่อนรักประกอบจะได้อารมณ์) ![]()
![]()
![]()
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ไม่ใช่แระ ยังไงทางสายเหลือง ก็ไม่ใช่ทางผม …..
การได้ขับ ชิล ๆ ในป่าสน อากาศเย็น ๆ ได้ยินเสียงจิ้งหรีดรำไร บวกกับอากาศเย็นๆ กำลังดี มันหาซื้อไม่ได้หรอกครับ .. แต่มันได้จากการออกมาดูโลก กว้าง ๆ ของเราเนี้ยแหละ


เอาล่ะครับ ลา ปางอุ๋ง ซะที เพราะต้องไปส่งน้ำแข็ง ต่อ (สังเกตุกระติกน้ำ) แล้วเจอกันใหม่นะ ปางอุ๋ง บุย จ้า ![]()
![]()
![]()
![]()

ไร่นี้อยู่ทางไปบ้านรักไทยเลยครับ ทางผ่าน ผมอยากกินพอดีเลยแวะ แป้บนึงครับ ![]()
![]()
![]()


เค้าว่า ผู้ชายขี่ มอเตอร์ไซด์ใหญ่ มัก “ขี้เหร่” …. ไม่ใช่แค่หน้าตาไม่ดีอย่างเดียวนะครับ … แถมยัง…. อีกด้วย !! :อมยิ้ม15:]![]()
![]()

เก็บเองได้นะครับ ถ้าอยากเก็บอ่ะ แต่ผมซื้อกินง่ายกว่า 555

บ้านรักไทย ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานอดีต ทหารจีนคณะชาติ (กองพล 93) “ก๊กมินตั๊ง” บ้านรักไทยอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล กว่า 1,776 เมตร ทำให้พื้นที่ เหมาะสมอย่างยิ่งกับการปลูกชาพันธุ์ดี และพืชเมืองหนา

ทิวทัศน์ของ หมู่บ้านโอบล้อมไปด้วยทิวเขา แมกไม้ที่ อุดมสมบูรณ์ บ้านรักไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในเรื่องของชาและขาหมู่หมั่นโถว คล้ายกับดอยแม่สลอง (กองพลเดียวกัน) นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวที่แห่งนี้เพื่อดื่มด่ำกับการชิมชา และ ทานขาหมูหมั่นโถว บ้างก็หลีกหนี ความวุ่นวายมาหาความเงียบสบาย ของบ้านรักไทยแห่งนี้
อ่านต่อ ที่ http://www.paiduaykan.com/76_province/north/maehongson/banrakthai.html

ผมไม่เคยไปบ้านรักไทยเลย พอมาถึงก็ขับวน ๆ ไปตามทางหมู่บ้าน ไม่มีข้อมูลใด ๆ ทั้งสิ้น รู้แต่ว่าคนอื่นเค้าชอบไปกัน แต่พอมาถึง ผมก็พอจะเข้าใจแล้วแหละครับว่าทำไมคนเค้าถึงชอบไปกัน ![]()
![]()
![]()
![]()
![]()


กล่องเก็บกล้องผม – ประโยชน์ สุด ๆ ครับกล่องหลังใบนี้ ![]()
![]()
![]()

เราเลือกร้าน ลีไวน์ รักไทย เพราะเห็นคนเยอะดี และแน่นอน เราไม่พลาดที่จะสั่ง ขาหมู หมั่นโถ อาหารแนะนำ อันลือเลื่องของที่นี่![]()
![]()

แม่เจ้า มันใหญ่มาก มีเสียงแว่ว ๆ ว่า จะกินหมดเหรอ เพราะมัน โคตรใหญ่อ่ะครับ (ถ่ายจากมือถือ สีเลย เพี้ยน ๆ ไปหน่อยนะครับ)



แล้วมันจะเหลือได้ไง อร่อย โฮกกกกก … เนื้อหมูนิ่มแทบจะละลายในปาก หมั่นโถ ร้อน ๆ + กับชา หอม ๆ มัน โคตร จะ เข้ากันเลยแหละครับ ![]()
![]()
![]()

กินเสร็จเราก็เผ่น … เอ๊ย ไม่ใช่
เราก็จ่ายตัง (พันกว่าบาทผมจำไมได้ว่าเท่าใหร่ แต่ราคาสูงนิดนึงครับ ซึ่งเทียบกับคุณภาพแล้วก็ถือว่าสมเหตุสมผลนะครับ)
เอาล่ะ มุ่งหน้าสู่จุดหมายต่อไป ![]()
![]()

วัดพระธาตุดอยกองมู เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาช้านาน ตั้งอยู่บนดอยกองมู ทางทิศตะวันตกของ ตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเพียง 3 ก.ม.เดินทางโดยแยกจากทางหลวงสาย 108 ตรงบริเวณ อนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชาขึ้นไปทางซ้ายมือ เป็นทางลาดยางขึ้นภูเขาไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณวัดพระธาตุดอยกองมูเดิมมีชื่อเรียกว่า วัดปลายดอย Cr. http://www.paiduaykan.com/76_province/north/maehongson/phrathatdoikongmu.html

ตัววัด มีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก ๆ เลยนะครับ สามารถมองเห็นตัวเมืองแม่ฮ่องสอน และ สนามบินได้ ซึ่งทำให้รุ้ว่า เมืองอ้อมกอดขุนเขา มันจะเป็นแบบนี้นี่เอง ![]()
![]()


ทำบุญวันเกิด อันนี้ผมอยากทราบหน่อยครับว่า การจัดดอกไม้ ในขันเงินแบบนี้เรียกว่าอะไรครับ? เรียนผู้รู้เล่าให้ฟังหน่อยนะครับ ขอบคุณครับ ![]()
![]()
![]()

มีร้านกาแฟเล็ก ๆ น่ารัก ๆ อยู่ข้าง ๆ ตัววัดนะครับ อย่าพลาดแวะล่ะครับ วิว สุดยอดมาก ![]()
![]()
![]()

อยู่กับพี่ ไม่มีอะไรมาก พี่มีแต่ ความลำ “บาก” และ ความ “ มันส์” !!! ![]()
![]()
![]()

อย่างที่ผมเกริ่นไว้แต่แรกแล้ว ว่าทริปนี้ผมตั้งใจจะมาหลายปีแล้วแต่ไม่ได้มา พอได้มาผมก็คาดหวังอยากให้ท้องฟ้าเป็นใจ ซึ่ง จุดหมายของเราต่อไปเป็นดอยแม่อูคอ ชมดอกบัวตองยามเย็น ซึ่ง peak สุดแล้วถ้าแสงสีทอง ๆ สาดลงมาบน ดอกบัวตองสีเหลืองอร่าม มันจะงามเกินห้ามใจ
แต่แล้วมันไม่ได้เป็นแบบนั้น ระหว่างทางที่ขับมา ฟ้าปิดตลอด แถมเวลาก็กระชั้นชิดไปเรื่อย ๆ ที่พระอาทิตย์จะตก ตอนนี้ก็ จะ 5 โมงแล้ว ผมยังเหลืออีก 20 กิโลกว่าจะถึงจุดหมาย ผมตัดสินใจขับนำหน้าเพื่อนอีกสองคัน แล้วใช้ความเร็วขับนำไปก่อน ยิ่งขับยิ่งท้อ เพราะไม่เห็นวี่แวว ว่า ท้องฟ้าจะเปิด หรือจะเห็นวิว สวย ๆ แบบที่ตั้งใจไว้
สุดท้ายผมก็ตัดสินใจว่า อือ ช่างเหอะว่ะ ถ้าธรรมชาติไม่ให้เราแบบที่หวัง เราก็แค่ยอมรับ แล้วชื่นชมความสวยงามเท่าที่มีแล้วกัน ผมเลยจอดรถข้างทางแล้วถ่ายรูปไร่ข้าวโพด รอเพื่อนไป แต่แล้วก็ได้เห็น ช่องแสงที่ทะลุผ่านเมฆมา มันทำให้เริ่ม มีกำลังใจ แฮะ !! ![]()
![]()

ขับต่อจากไร่ข้าวโพดไปนิดเดียว ประมาณ 15 นาที เราก็ถึงจุดชมวิว ครับ การเดินทางที่ผ่านมา ความกังวลที่เคยมี มันหายไปหมด ผมรู้สึกเหมือนกับผมได้รางวัลแห่งการเดินทาง และ ธรรมชาติ ก็ได้ตอบแทนผม ด่วยสิ่งเหล่านี้








ไม่นานนัก ตะวันก็จะจากไปแล้ว นี่เป็นช่วงเวลาที่ต้องตักตวงให้มากที่สุด ความทรงจำดี ๆ มีไว้ให้จดจำครับ ^_^ ![]()
![]()
![]()
![]()





สุรีแสงแดงจับลับขอบฟ้า
เสียงเซ็งแซ่ของหมู่เหล่านกกา
บินถลาหารังหวันผ่อนกาย

ทิวาดับลับแสงสุรีฉาย
ดาราเคลื่อยเลื่อนคล้อยลอยเรียงราย
ราตรีหมายมืดมิดปิดทิวา
Cr: ปาระ


gazes and goes on his way.” – Colette
โลกใบนี้เป็นของคนที่หยุดเดินแล้วมองดูสิ่งรอบข้าง และเดินต่อไปตามทางของตัวเอง


ผมเชื่อว่า เมื่อถึงจุด ๆ นึงที่เราพยายามอย่างสุดความสามารถ แม้ว่าเราจะล้มเหลว หรือพลาดพลั้งสักกี่ครั้งกี่หน แต่ถ้าเราไม่ย่อท้อ เราจะได้รางวัลแห่งความพยายามตอบแทนกลับมาเสมอ
ขอขอบคุณ ธรรมชาติ ที่ให้ผมได้มายืนอยู่ จุด ๆ นี้ ได้เห็นบรรยากาศ กะ ภาพทิวทัศน์ที่สุดแสนจะวิเศษแบบนี้ วันนี้ขอพักไว้ก่อน แล้วเดี่ยวเจอกัน ภาคสอง เร็ว ๆ นี้ครับ
ยินดีรับฟังคำติ ชม หรือคำเสนอแนะทุกอย่างครับ จขกท ใช้เวลา post process รูป + เขียนกระทู้ เกือบ 1 อาทิตย์ ถ้าชอบก็กดจิ้มเบา ๆ จะเป็นกำลังใจให้มากเลยครับ ขอบคุณครับ ![]()
![]()
![]()


