
Yamaha XMAX Tech MAX 2026 ที่เพิ่งเปิดตัวไป วันที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์ 2026 นี้ ถือว่าเป็นการอัปเกรดที่น่าสนใจมาก เพราะ Yamaha เลือกที่จะ “แก้ Pain Point” สำคัญที่สาวก XMAX เรียกร้องมานาน THAI YAMAHA ก็จัดมาให้แบบเต็มๆ

มีอะไรบ้างไปดูกันครับ…

1. ไฮไลท์การเปลี่ยนแปลง


จุดที่ว้าวที่สุดใน XMAX Tech MAX คือ
- Electric Windscreen: ชิลด์หน้าปรับไฟฟ้าครั้งแรกของตระกูล! สามารถปรับขึ้น-ลงได้ ผ่านสวิตช์ที่ประกับแฮนด์ฝั่งซ้าย (ไม่ต้องไปปรับตั้งขันน๊อตเองแล้ว)

- Dual Displays ใหม่: หน้าจอคู่ได้รับการปรับปรุงใหม่ (3.2 นิ้ว LCD + 4.2 นิ้ว TFT) เปลี่ยนจากสองจอแนวตั้ง เป็น แนวนอน ทำให้การมองเป็นระนาบเดียวกันมองจอได้ง่ายและปลอดภัยมากขึ้น ยังเพิ่มความสว่างของหน้าจอ LCD ให้ชัดเจนขึ้น และรองรับระบบนำทาง Garmin StreetCross เช่นเดิม

- Emergency Stop Signal (ESS): ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน เพิ่มความปลอดภัยขึ้นอีก
- วัสดุพรีเมียม: ฝาปิดช่องเก็บของหุ้มวัสดุพิเศษ และแผ่นรองพักเท้าอลูมิเนียมดีไซน์ใหม่

2. สเปกเครื่องยนต์และช่วงล่าง
ในส่วนของขุมพลังยังคงความ “แรงแบบสมูท” ตามสไตล์ของเตรื่องยนต์ Blue Core
- เครื่องยนต์: 292 ซีซี 1 สูบ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังประมาณ 28 แรงม้า และแรงบิด 29 นิวตันเมตร
- ช่วงล่าง: สำหรับรุ่น Tech MAX จะยังคงให้ โช้คหลัง Öhlins เป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความหนึบและการซับแรงกระแทกที่ดีกว่ารุ่นปกติชัดเจน

- ความปลอดภัย: เบรก ABS หน้า-หลัง และระบบ Traction Control System (TCS) ยังคงมีมาให้ครบ

3. ราคาจำหน่ายในไทย
XMAX Standard / Connected | ราคา176,100 บาท
XMAX 25th Anniversary | ราคา 193,000 บาท
XMAX Tech MAX | ราคา 202,500 บาท

คุณกำลังลังเลระหว่างรุ่น Standard กับ Tech MAX หรือเปล่า


ระหว่างรุ่น Standard (Connected) กับรุ่น Tech MAX ในโฉมปี 2026 ถือเป็นโจทย์ที่ตัดสินใจได้ไม่ยากถ้าเราดูที่ “ส่วนต่างราคา” การได้ชิลด์ไฟฟ้ามาทำให้ XMAX TECH MAX กลายเป็นรถที่ใช้งานได้ครอบคลุมขึ้นมาก ไม่ว่าจะขี่ในเมืองที่ต้องการลมระบายความร้อน หรือออกทริปที่ต้องการบังลมสูงๆ แถมยังให้โช้ค Öhlins มาเลย ไม่ต้องไปเสียเงินแต่งเพิ่มเองให้วุ่นวาย รูปลักษณ์ภายนอกยังคงใช้โครงสร้างเดียวกับรุ่น 2023-2025 ไม่ได้เปลี่ยนโฉมใหม่หมดทั้งคัน ดังนั้นถ้าใครชอบดีไซน์เดิมอยู่แล้ว แต่รอฟีเจอร์ “ชิลด์ไฟฟ้า” รุ่น 2026 คือคำตอบ นี่คือตารางเปรียบเทียบความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุด:

ตารางเปรียบเทียบ
XMAX Standard vs. XMAX Tech MAX (2026)
| ฟีเจอร์ | รุ่น Standard | รุ่น Tech MAX |
| ชิลด์หน้า (Windscreen) | ปรับระดับด้วยมือ (ใช้เครื่องมือขัน) | ปรับไฟฟ้า (Electric) ผ่านฟังชั่นปุ่มกด |
| โช้คอัพหลัง | โช้คมาตรฐาน Yamaha | Öhlins Special Edition ปรับ 3 จุด |
| เบาะนั่ง | ดีไซน์มาตรฐาน | เบาะ Exclusive Tech MAX วัสดุพรีเมียมกว่า |
| แผ่นรองพักเท้า | ยางมาตรฐาน | อลูมิเนียม (Aluminum) ดีไซน์สปอร์ต |
| วัสดุคอนโซลหน้า | พลาสติกขึ้นรูป | หุ้มวัสดุพิเศษ (Soft Touch) |
| หน้าจอเรือนไมล์ | Dual Displays (LCD + TFT) สองจอแนวตั้ง | Dual Displays (LCD + TFT) สองจอแนวนอน |
| ระบบความปลอดภัย | ABS / Traction Control / ESS | ABS / Traction Control / ESS |

ฟิลลิ่งในการขับขี่หากพูดถึง Feeling การขับขี่ ทั้งสองรุ่นมีหัวใจเดียวกันคือเครื่องยนต์ 300cc ที่ให้อัตราเร่งติดมือและพุ่งแรงตามสั่ง แต่ความรู้สึกตอน “คุมรถ” และ “ความสบาย” จะแตกต่างกันอย่างชัดเจน สรุปความรู้สึกจากการขับขี่เปรียบเทียบมาให้
** เป็นความรู้สึกหลังได้ลองขับขี่ ของผู้เขียนเอง อาจจะไม่ตรงใจบ้างต้องขออภัย**

1. ช่วงล่างและการซับแรงกระแทก
นี่คือจุดที่ทำให้สองรุ่นนี้ให้ Feeling ต่างกันอย่างชัดเจนที่สุด
- รุ่น Standard: โช้คเดิมจะออก “กระด้าง” เล็กน้อยเวลาเจอทางขรุขระ หรือรอยต่อถนนเมืองไทย ถ้าขี่เร็วๆ เข้าโค้งอาจจะมีอาการย้วยให้เห็นบ้าง เหมาะกับการใช้งานทั่วไปในเมืองที่ไม่ได้ใช้ความเร็วสูงมาก
- รุ่น Tech MAX (Öhlins): Feeling จะ “นิ่งและหนึบ” กว่าชัดเจนครับ โช้ค Öhlins ช่วยซับแรงกระแทกได้ละเอียดกว่า ทำให้รถไม่กระโดดเวลาเจอหลุม และเวลาเข้าโค้งด้วยความเร็ว รถจะนิ่งมาก ให้ความมั่นใจได้มากกว่ารุ่น Standard อย่างเห็นได้ชัด

2. การจัดการลมปะทะ
- รุ่น Standard: เนื่องจากชิลด์หน้าคงที่ ความสบายจึงอยู่ที่ระดับเดียวตลอดทาง ถ้าตั้งไว้ต่ำ ลมจะตีหน้าอกทำให้ล้าเวลาเดินทางไกล ถ้าตั้งไว้สูง ลมจะวนเข้าหลังหมวกกันน็อกในความเร็วต่ำ
- รุ่น Tech MAX: ฟีเจอร์ Electric Windscreen เปลี่ยน Feeling ได้ทันทีครับ ขณะขี่อยู่ คุณสามารถกดปุ่มยกชิลด์ขึ้นเพื่อตัดลมให้เงียบสนิทเหมือนนั่งอยู่ในรถยนต์ (เหมาะกับทริปทางไกล) หรือกดลงเพื่อให้ลมเป่าหน้าคลายร้อนตอนรถติด ความสะดวกนี้ทำให้การขับขี่ดู “พรีเมียม” และ “ไม่เหนื่อย”

3. ท่านั่งและสัมผัส
รุ่น Standard: เบาะมาตรฐานให้ความรู้สึกแน่น กระชับตัวดี วัสดุคอนโซลเป็นพลาสติกปกติ
รุ่น Tech MAX: สัมผัสจะดู “หรูหรา” กว่าครับ เบาะ Tech MAX จะมีความนุ่มและมี Texture ที่ยึดเกาะได้ดีกว่า รวมถึงแผ่นรองเท้าอลูมิเนียมช่วยให้การวางเท้าดูมั่นคง (และดูหล่อขึ้น) เวลาเราก้มมองคอนโซลที่หุ้มวัสดุนุ่มๆ จะรู้สึกว่ารถดูพรีเมียมขึ้น



ถ้าคุณเป็นคนชอบความเร็วหรือต้องออกทริปบ่อยๆ Feeling ของ Tech MAX จะทำให้คุณสนุกและเหนื่อยน้อยกว่ามาก แต่ถ้าขี่แค่ไปทำงานใกล้ๆ ในซอยบ้าน รุ่น Standard ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้วครับ






ก็ขอรีวิวไว้คร่าวๆเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ สำหรับคนที่กำลังเล็ง XMAX ไว้ว่าจะไปจบที่ตัว Standard หรือ Tech MAX ดี ส่วนรีวิวต่อไปจะเป็นรถรุ่นไหนนั้น ก็ฝากกดติดตาม กดLIKE กดShare เป็นกำลังใจให้ พวกเรา ทีมงาน JUST RIDE IT กันต่อไปนะครับ…..สวัสดี



