-=:+:[RIDE NOW] Riding the exciting With Benelli TNT300 by Fanpage Motorcycpantip:+:=-

-=:+:[RIDE NOW] Riding the exciting With Benelli TNT300 by Fanpage Motorcycpantip:+:=-

สวัสดีครับวันนี้ได้รับโอกาสจาก Benelli keeway ประเทศไทย ให้ยืมเจ้าระเบิดคันน้อย TNT300 ไปลองขับขี่แล้วเล่าให้เพื่อนๆฟัง ด้วยเงื่อนไขเช่นเคยคือ”อะไรดีก็บอก อะไรไม่ดีก็เล่าได้” หลังจากวุ่นวายกับตารางชีวิตและผลัดผ่อนมาจนอืดเต็มไห ณ บัดnow ก็ได้เวลาเปิดไหแล้วจ้า

ก่อนหน้านี้ เจ้านี่ได้เป็นที่สนใจและฮือฮาจากเพื่อนๆด้วยการเปิดตัวในงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับยานยนต์ครั้งหนึ่ง และด้วยยอดจองที่เรียกได้ว่าน่าประหลาดใจ อาจเป็นเพราะอุปกรณ์ที่ให้ติดมาพร้อมกับรถเดิมๆนั้น หลายจุดเหนือกว่าตัวเปรียบเทียบในขนาดเครื่องยนต์ใกล้เคียงกันอย่างเห็นได้ชัด และมิติของตัวรถที่หลายๆท่านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่มันXXXย่อส่วนนี่หว่า….แต่แล้วหลายเดือนผ่านไป ข่าวคราวของเจ้านี่ก็เงียบหายไปจากวงการ แต่ก็มีนิตยสารบางฉบับนำเสนอข้อมูลของตัวนี้อยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่มากนัก จนเมื่อล๊อตล่าสุดที่ได้จำหน่ายจริงได้ส่งมอบให้กับลูกค้า ก็พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางอย่างไปไม่น้อย และส่วนมากดูว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นเสียด้วย

สู่โฉมที่ส่งมอบจริง

เปลี่ยนแปลงกันไปบ้างเล็กน้อย ส่วนตัวผมว่าดูดีขึ้นนะ โดยเฉพาะเฟรมแดง (ไม่ใช่ว่าจานพีทเป็นR&Dค่ายนี้นะเฟ้ยยยยยยย)

แต่ก่อนที่จะมาคุยกันเรื่องรายละเอียดของตัวรถ ขอเล่าที่ไปลองขี่ให้ได้พิจารณากันก่อนก็แล้วกันเนอะ

เป็นมินิทริปที่จัดขึ้นอย่างฉุกเฉินเพื่อลองขี่เจ้าตัวนี้โดยเฉพาะ คิดอะไรไม่ออก….วันเดียวไปไหนดี ต้องมีวิวสวยๆให้ถ่ายรูป ต้องขี่แล้วสบายใจ ว่ากระนั้นแล้วก็คงไม่พ้นสวรรค์ที่ใกล้ที่สุดของไบค์เกอร์ที่ชอบเสพโค้ง…แน่นอน…อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ไปส่งแฟน ขี่รถเล่นต่อก็สายๆแล้ว กว่าจะกลับบ้านเตรียมตัว เอ้อระเหยลอยไปมา กว่าจะออกบ้านได้ก็ล่อไปซะสิบโมง ๕๕๕

ผมเลือกใช้เส้นทางจากบ้านที่รามอินทรา ผ่านนิมิตรใหม่ไปทะลุลำลูกกาแล้วก็ไปโผล่รังสิตคลองเจ็ด เส้นนี้ใครจะลองมาวิ่งก็ระวังรถบรรทุกกันด้วยนะจ๊ะ ขี่ๆไปก็จอดถ่ายรูปเล่น ในระหว่างก้มๆเงยๆกลางแดด หามุมถ่ายรูปหัวกระทู้…. รถกะบะคันนี้ก็มาจอดเทียบ พร้อมคุณยายที่นั่งมากับคุณตาคนขับ ส่งเสียงถามด้วยความห่วงใยว่า “เป็นอะไรหรือเปล่าหนู รถเสียหรือเปล่า”

อุ๊ปส์…เปล่าครับๆ แค่จอดถ่ายรูปครับ ขอบคุณครับ (พร้อมยกมือไหว้ขอบคุณ)

อ๋อ ถ้ารถเป็นอะไรแวะบอกยายที่ร้านxxxตรงข้างหน้าโน้นนะ…

ยังไม่ทันได้ขอบคุณอีกที คุณตาก็ออกรถไปซะแล้ว…

โอยยย ซึ้งครับ ร้องไห้ ขอให้คุณตากับคุณยายได้พบเจอแต่สิ่งดีๆคนดีๆนะครับ

จากนั้นก็ไปต่อเรื่อยๆ แวะถ่ายรูปที่มุมนี้ที่เคยแวะมาถ่ายครั้งหนึ่งแล้วก็ติดใจ

ถ่ายจนได้ภาพที่ต้องการแล้วท้องก็ร้อง แวะกินมื้อเที่ยงแถวๆเลยนครนายกไปหน่อย ร้านอะไรเย็นตาโฟสักอย่างนี่แหละ รสชาติก็พอไหวอยู่

อิ่มดีจนพอใจแล้วก็บึ่งต่อไปขึ้นเขาใหญ่ทางด่านเนินหอม

ชำระค่าธรรมเนียมแล้วก็ไปกันต่อ…อ่อ..การทดสอบครั้งนี้ผมพยายามไม่ขับขี่บนเขาใหญ่ด้วยความเร็วเกินว่า 60 km/h นะครับ มาเที่ยวบ้านเขา เราก็ต้องเกรงใจเจ้าของบ้านเขาด้วยนะ บางทีอาจมีเกินไปบ้างนิดรู้สึกตัวก็ต้องผ่อนคันเร่งลงมาครับ โอเคนะ ขอบคุณที่ช่วยกันรักษาเขาใหญ่จ้า แต่ขี่ไม่เกิน 60 จะรู้ได้ไงว่าดีหรือไม่ดี….เอาเป็นว่าบางโค้งบนเขาใหญ่ เข้าไป 60 ก็พอจะรู้แล้วล่ะน่า

ขี่ๆไปสักพัก ประมาณ กม.30 ก็เจอะทัพน้อยของทหารพระรามกำลังนั่งเล่นริมทาง นึกครึ้มใจ จอดสังเกตการณ์พฤติกรรมของเจ้าบ้านสักหน่อย

นั่งนิ่งๆสักพัก เจ้าบ้านก็เริ่มไว้ใจ แต่…มีรถตู้วิ่งลงมาจากทางศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มากันประมาณ 5 คัน ….เมื่อเห็นทัพน้อยของทหารพระราม ก็พยายามขับผ่านอย่างช้าที่สุด แต่แล้ว ชะรอยทหารพระรามคงนึกว่าเจ้าม้าเหล็กพวกนี้จักต้องเสียขวัญและยอมโยนเสบียงบางส่วนให้เป็นค่าผ่านทางเป็นแน่ และเป็นธรรมดาของสัตว์ป่า ผู้แข็งแรงกว่าย่อมอยู่รอด แต่ผู้ที่อ่อนแอกว่าก็ยังขาดแคลนและหิวโหย เมื่อเจ้าตัวน้อยโดนตัวใหญ่วิ่งไล่เพื่อแย่งที่หากิน…เจ้าตัวเล็กกลับวิ่งไปหาล้อของม้าเหล็ก…ทุกอย่างเกิดขึ้นชั่วพริบตา ไวเกินกว่าที่ผมจะกดอัดวีดีโอด้วย ACTION CAMERA ที่ติดหมวกไว้ทัน

จี๊ดดดด แกร๊บ….เบาๆ วิญญาณของตัวน้อยก็หลุดจากร่าง….ในขณะที่ผมกำลังพยายามจะเข้าไปถ่ายภาพร่างไร้วิญญาณของเจ้าตัวน้อย ตัวใหญ่ตัวหนึ่ง ซึ่งคาดว่าคงเป็นแม่ของมันก็วิ่งมาประคองร่างตัวน้อยขึ้นมาสู่อ้อมอกและส่งเสียงคำรามขู่ผมซึ่ง ณ เวลานั้น ดูคล้ายจะเป็นผู้บุกรุกไปเสียแล้ว และเมื่อผมชะงัก เจ้าตัวแม่ก็หอบร่างน้อยนั้นกระโจนหายไปในป่า….เหลือไว้เพียงแต่รอยมันสมองที่เปื้อนยางมะตอยเท่านั้น…เออเนอะ ทำงานด้านนี้ก็ต้องมาเห็นภาพแบบนี้จะๆกับตาเสียอย่างนั้น…เมื่อผมบิดรถออกมาจากที่แห่งนั้น หัวใจก็หดหู่….พลันฝุ่นผงบนเขาใหญ่ก็เข้าตา.. กลับไปอยู่กับพระรามนะเจ้าตัวน้อย ลิง

ภาพต่างๆยังติดตา…เคยเห็นแต่ในภาพหรือในคลิป คราวนี้มาเห็นจะๆกับตาตัวเอง…ใช่…ผมต้องทำงานนี้ต่อไป ผมไม่ท้อหรือถอยแน่ๆ

ชีวิตหนึ่งก็จากไปแล้ว เอาล่ะ…ชีวิตเราก็ยังต้องเดินต่อไปสินะ

เอาล่ะ ตั้งใจว่าจะขี่ขึ้นไปยอดเขาเขียว ไปอัดโอโซนให้เต็มปอดเสียหน่อย….เอ้าาาาาาา ทางถล่มเสียหายห้ามขึ้นอีก…นี่มันวันอะไรกันวุ้ย!!! (แต่ป่านนี้คงเปิดให้ขึ้นแล้วล่ะ)

เออ ไม่ขึ้นก็ไม่ขึ้น แวะหาถ่ายแถวๆนี้ก็ได้เนอะ

ปีนขึ้นมาถ่ายบนถนนดีกว่าวุ้ย จากชื่อโลเคชั่นในภาพข้างบนมันเสียวๆยังไงชอบกล มาคนเดียวด้วย บึ๋ยๆๆๆๆ

แหม่…ดูไปดูมาก็หล่อเนอะ

มีภาพมาให้เสพกันเยอะหน่อย บางท่านอาจจะ วุ้ย อีตานี่จะถ่ายโชว์รถอะไรกันหนักหนา

แต่บางภาพอาจจะจำเป็นสำหรับคนที่ยังหาข้อมูลอยู่ก็เป็นได้….แน่นอน ผมเลือกทำอย่างที่เห็น

จุดชมวิวโป่งทุ่งกวางจ้า

แจ้งไว้ก่อนว่าภาพทั้งหมด ผมดูเองบางทียังว่ากาก….คือผมใช้ SS GTAB 7.7 อายุการใช้งานสามปีกว่าๆถ่ายเอง(ซื้อตั้งแต่เปิดตัวในไทยวันแรกในงานมือถือเลย) ไม่มีขาตั้งอะไรทั้งนั้น แล้วก็ถ่ายผ่าน FxCamera เท่านั้นแหละ ก็พยายามรีดเท่าที่ฝืมือกากๆของผมจะอำนวย หากขัดตาขัดใจสมาชิกท่านใด ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย

พูดง่ายๆมะ…ขี้เกียจแบก DSLR ขี้เกียจแบกขาตั้ง ๕๕๕ เอาแบบง่ายๆดีกว่า เฮ้ย ตรงนี้โอเคน่าถ่าย จอด ควัก แช๊ะ เผ่นนนนนนนนน

กินลมห่มแดดที่ริมอ่างแสงศร(เข็นลงไปอย่างสุภาพชนนะจ๊ะ)

ขึ้นไปเขาใหญ่ทุกครั้งผมทำแบบนี้เป็นธรรมเนียมส่วนตัวไปซะแล้ว

ในภาพรกตาไปนิด เนื่องจากกำลังเอาสายไฟลงใต้ดินจ้า

แน่นอน พลาดไม่ได้กับมุมนี้ของโป่งชมรมเพื่อน รีดดดดดดมันออกมาาาาาาา รีดๆๆๆ


แสงเริ่มน้อยแล้ว ได้เวลากลับป่าคอนกรีต…

ความลิงยังไม่ทันหาย ความอีเห็นก็เข้ามาเพิ่ม…

ขี่กลับชิลๆอยู่ดีๆ นาทีที่ 10:47 สายตาเจ้ากรรมก็ไปเจอซากอีเห็นนอนหงายเก๋งเอาขาชี้ฟ้าเล่นอยู่ข้างทางอีก

จะให้ดูดาย…ทำไม่ลง…กลับบ้านมืดกันล่ะงานนี้

จากการกลับไปตามเจ้าหน้าที่มาเก็บซากไป…ได้ความว่า ซากนี้เคยมีสิงห์นักปั่นแจ้งมาแล้วเมื่อสามวันก่อน เมื่อได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ก็ไปไปดูแล้วแต่ก็หาไม่เจอ เออ….ก็เป็นตูนี่อีก อยู่มาสามวันต้องมาเป็นตู ไหนว่าชื่ออีเห็นไง ตั้งสามวันไม่มีใครเห็นแล้วจะมาแจ้งอีกเลยเร๊อะ!!

เนื่องจากรุ่นนี้ยังเป็นที่ถกกัว่าTOP SPEED มีเท่าไร

เอาล่ะ ขากลับบางช่วงก็ดูทางโล่งๆ เอาสักหน่อยนึง

https://www.youtube.com/watch?v=iBkTkgYHZZA&list=UU_cLEYV2DnhYryEpV34vNiQ

จากที่ลองหลายๆรอบ ผมได้ประมาณ170km ตามไมล์รถนะ ส่วนที่รอบเท่าไร…ลืม ๕๕๕ (นี่แหละผลของการดอง)ดูตามคลิปแล้วกันเนอะ

มาถึงแถวบ้านก็แวะซัดเตี๋ยวสักหน่อย

อิ่ม กลับบ้าน นอนสบาย ฟินๆ

โม้เรื่องการเดินทางจบแล้ว กลับมาหาสาระกับตัวรถกันบ้าง

มาเจาะทีละส่วนกัน ขอถ่ายจากรถที่จอดที่ศูนย์เกษตร-นวมินทร์ ละกันนะครับ

สีขาวเฟรมแดง ผมว่าโดดเด่นที่สุดละ

เทียบกับสีแดงดูสิ

แฮนด์บาร์ให้มาอวบอัด ดูรับกันดีกับโช๊คอัพหัวกลับขนาด 41 มม

แน่นอน ดิสก์หน้าคู่ อารมณ์Big Bike มาเต็มๆ

การเปิดฝาเติมน้ำมันก็ไม่ยาก เสียบ บิด ควักตังค์ ดีไซน์พื้นๆ ใครคันก็ไปหาสติ๊กเกอร์แปะเพิ่มเองได้

แว้บมาดูไฟหน้ากันหน่อย

ไฟเลี้ยวหน้า เรียวๆใสๆ

ชุดโช็คอัพหลัง แหม่…นะ เหมื๊อนนนนเหมือน

ชุดล้อหลังและอาร์ม

ไอ่ตรงนี้ผมไม่ชอบมันที่สุดในรถคันนี้ คือส่วนของชิ้นที่ยึดพักเท้าหลัง มันเรียบไปหน่อยป่ะ

ขึ้นมาอีกนิด ดูชุดไฟท้ายกัน ดูแข็งแรงดีอยู่นะ

นี่เป็นอีกจุดที่เกือบชอบทีสุด….เฟรมแดงจ้าเฟรมแดง นี่แหละบิ๊กไบค์แต้ๆ ๕๕

มาถึงส่วนเล็กๆ แต่ก็มีลูกเล่นให้เล่นกันนิดหน่อย

กุญแจแบบมีดสปริง ก็สนุกดีนะ อิอิ

มาถึงจุดไคลแม๊กซ์ ที่มาของหัวกระทู้กับคำว่า  exciting กับชุดท่อไอเสียชุดนี้

ความรู้สึกที่ได้ขับขี่….เป็นอย่างไร

สัมผัสแรกเลย…หนัก!!! เอ้ย นี่มันรถพิกัด300จริงๆหรือนี่ น้ำหนักมาอย่างกับSF4

แต่พอได้ลองขี่จริงๆจังๆแล้ว เออ มันก็มีดีนะไอ่น้ำหนักเนี่ย นิ่งดีทั้งทางตรงและโค้ง ได้อารมณ์รถใหญ่ดีไปอีกแบบ แบบที่รถตัวเปรียบอื่นๆในพิกัดนี้ให้ไม่ได้ พอชินกับมันแล้วก็ไม่ได้แย่อะไร (หรืออาจเพราะผมขี่รถใหญ่บ่อยและหลากหลายไปหน่อย เลยปรับตัวง่ายเกิ๊นนนน ๕๕๕) แต่ตรงนี้ก็อาจจะเป็นปัญหาสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่อยู่บ้าง พูดง่ายๆถ้าไม่เคยขี่รถใหญ่ๆให้คล่องหน่อย ช่วงเลี้ยว ช่วงกลับรถนี่มีโอกาสล้มแปะเอาง่ายๆนะจ๊ะ ได้รถมาก็ฝึกวนกรวยให้คล่องๆเน้อ

ช่วงล่างจากการทดสอบในความเร็วสูงๆก็นิ่งดีนะ โช๊คหน้านี่เหลือเฟือเลยล่ะ โช๊คหลัง..จากน้ำหนักตัวผมก็อาจทำให้ย้วยไปหน่อย แต่ก็สามารถปรับแต่งได้

เครื่องยนต์…ตัวนี้มาแปลกกว่าเพื่อน เครื่องเน้นรอบจัดๆ รอบไม่เหมือนขี่สองสูบสักเท่าไร ไม่มีมาเป็นลูกๆ แต่มาเรียบๆแต่แอบจี๊ดๆหน่อยนึง คันนี้บอกเลยว่าถ้าคนที่อาจไม่ค่อยได้ขี่สี่สูบ จะเฮ้ยยยย ทำไมรอบมาช้ากว่าเพื่อนในพิกัดเดียวกัน แต่พอรอบมาเท่านั้นแหละ บอกเลยว่าสนุก exciting กันเลย ถ้าคุณเป็นคนขี่รถแบบเล่นรอบเครื่อง ในพิกัดนี้คันนี้เหมาะสุด ไม่รู้ออกแบบมายังไง เป็นสองสูบที่เครื่องเดินเรียบเนียนดีจริง

ส่วนประกอบที่สำคัญที่ทำให้คันนี้โดดเด่นและ  exciting ก็คือ…เสียงท่อไอเสีย….มันไม่ใช่เลย ไม่ใช่เสียงสองสูบที่เราคุ้นชินกัน เสียงท่อนี่บอกเลยว่าน้องๆสี่สูบ ลองไปฟังเสียงเบิ้ลของตัวจริงแล้วจะเข้าใจ แล้วจะเฮ้ยๆๆๆ เดี๋ยวๆ นี่มันสองสูบเร๊อะ!!

ยาง แม้จะลดสเปความกว้างของหน้ายางลงจากตัวที่เปิดตัว แต่จากการใช้งาน ผมว่าเหมาะสมและพอดี เพราะถ้ายางหน้ากว้างกว่านี้ มันก็หนักกว่านี้อีก พลิกโค้งช้าลงไปอีก

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ดูจากในภาพละกัน ผมเติมแก๊ส 95 เอสโซ่เต็มถังจากแถวหน้าเดอะมอลล์งามวงศ์วาน จากนั้นก็ขี่กลับบ้าน อีกวันค่อยเดินทาง แล้วมาเติมอีกทีหลังจากกลับจากเขาใหญ่ตรงแถวๆนิมิตรใหม่ ความเร็วที่ใช้เฉลี่ยประมาณ120 km/h (เนื่องจากไปขี่ประมาณ 60 ในเขาใหญ่) นอกเขาใหญ่ผมก็ลองอัดขึ้นๆลงๆเต็มที่เพื่อดูการตอบสนองของเครื่องยนตร์ 140 บ้าง ขึ้นไป 160 บ้าง ลองเต็มๆบ้าง ได้ระยะทางตามที่เห็น

อ่อ ทริปนี้ผู้ใหญ่ใจดีให้ยืมทั้งรถและให้เบิกค่าน้ำมันได้ถังนึงด้วยจ้า

สรุปว่า คันนี้ บอกตรงๆว่าก่อนขี่ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะดีเลิศอะไรมาก อ่า…มันก็แพนด้าครึ่งสปาเกตตี้อะมั้ง…แต่พอขี่ ไม่ใช่ๆ มันให้อารมณ์คล้ายๆขี่บิ๊กไบค์จากแดนปลาดิบเลยนะเนี่ย เนียนกว่าที่คิดไว้หลายดอก

เอาเป็นว่า ในพิกัด 300cc ใครจะออกคันไหน อยากให้ไปลองคันนี้ก่อนครับ แล้วก็ไปลองทุกๆคันที่เหลือ แล้วค่อยตอบตัวเองว่าชอบแบบไหน เพราะตัวนี้ไม่เหมือนเพื่อนในพิกัดเดียวกันสักเท่าไรหรอกนะเออ

ขอบคุณที่ติดตามรับชมครับ

 

บทความโดย สมัญตาชีวบุตร_omega_13

 

 

 

 

Comments

comments

SHARE :)