ปลายร้อน ต้นฝน ขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยววนบน เกาะช้าง “By GPX Legend 150s”

ทริปนี้ตั้งใจไปกางเต๊นท์+ขี่รถวนบนเกาะช้างจริงๆ

นักท่องเที่ยวท่านอื่นๆ ที่ขี่รถเเข็งสามารถลอกได้ทุกเส้นทาง

บอกไว้เลยว่า เรื่องชมน้ำตก พายเรือเเคนู เล่นน้ำทะเลนี่เอาไว้ก่อน

ระยะทาง 350 กม.จาก ที่ซุกหัวนอน มาเกาะช้าง

จากกทม.ทุลักทุเลกับถนนสายตะวันออกที่ไม่ค่อยอยากจะขี่รถมาเที่ยวบ่อยนัก

พอเลยตัวเมืองระยองมุ่งหน้าเเกลงก็พอจะเจอถนนที่เรียบพอที่จะวิ่งไหล่ทางได้

สำหรับมอเตอร์ไซค์ 150 cc เเละ รถออโต้ 110 CC ผู้ทำหน้าที่เเบกสัมภาระทั้งหมด

ความเร็วที่เซฟๆก็ราว 80 นิดๆ กำลังดีพอที่จะเบรคหลบรถออกจากข้างทางได้ทัน T T

ใช้เส้นทาง เลียบมอเตอร์เวย์ ออก 36 มุ่งหน้าร้าน ครัวโหน่งโชว์ อยู่เเถว เเยกอำเภอแกลง

ด้วยความที่เป้นแฟนคลับ ศุภชัย เสมอมิตร เเละ รู้ว่าเเกเปิดร้านอยู่ที่

ทุ่งควายกิน ทางผ่านของเราในทริปนี้ก็ไม่พลาดที่จะเเวะฝากท้อง

ข้าวหมูเเดง ข้าวหมูกรอบ เล้งเเซบไม่เผ็ดอีก 1 ชาม

หมดไปเกือบๆ 200 บาท

ที่อยู่ร้าน 54/2 หมู่ 1 ตำบล ทุ่งควายกิน อำเภอ แกลง ระยอง

GPS. 12.776684, 101.720656

อิ่มเเล้วก็เดินทางต่อ เลยจากครัวโหน่งโชว์มาหน่อยนึงก็จะมีร้านบะหมี่โหน่งด้วยนะ เเต่ไม่ได้เเวะ

บ่ายสามโมงกว่าเเล้ว รู้ว่าต้องรีบบิดกันนิด เพราะไม่รู้ว่าปลายทางที่ท่าเรืออ่าวธรรมชาตินั้นจะมีเรือถึงกี่โมง

130 กว่าโล ใช้เวลา 2 ชม.นิดๆ สุดท้ายก็มาถึงท่าเรือ 5 โมงกว่าๆ

ซื้อตั๋วรถตัวคน เข็นรถลงเรือ ขึ้นไปชมวิว รอข้ามฝั่งด้วยความสบายใจ

เห็นเห็ดเมื่อไหร่เเสดงว่าเข้าเขตเมืองตราดเเล้ว (ใช่เห็ดหรือป่าว)

สนนราคา ค่าเรือ เฟอรี่ไปเกาะช้าง มอไซค์เล็ก 40

รถที่จะมีเเววว่าเป็น BIGBIKE 80 บาท = =

ค่าตัวคนละ 80 บาท

รถยนต์คันละ 120 เอง

ขาไปอ่าวธรรมชาติ เรื่อดี เเต่ออกตามใจ

กลับเซ็นเตอร์พอยน์ เรือเก่า เเต่มีตารางเวลาออกเเน่นอน

“สวัสดีเกาะช้าง”

30 นาทีผ่านไป เรือเเล่นมาถึงฝั่ง
มุ่งหน้าเลี้ยวซ้ายไปในทางที่ไม่คุ้นเคย มุ่งหน้า
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างที่กช. 1 (ธารมะยม) 
เพื่อที่จะกางเต๊นท์ซุกหัวนอนในคืนเเรก 
หลังจากดีลที่พักที่แพลนไว้ไม่ลงตัว 

ค่าตัว 30 บาท ต่อคน  เช่าที่รองนอนมาอีก 2 เเผ่น เเผ่นละ 20 บาท คืนนี้ได้ที่นอนละ 
100 บาท สำหรับ 2 คน ฟินมากกกกกก 
ธารมะยม น่าจะเป็นที่พักค้างเเรมที่ราคาถูกที่สุดเเล้ว(ถ้ามีเต๊นทืมาเอง) 
หรือจะเช่าห้องพักของหน่วยก็ได้ สอบถามมาว่าราคา 1000 บาท …

ราคาเเรงเหมือนกัน เเต่ห้องใหญ่อยู่ครับ 
เเต่ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบมากในวันธรรมดา
มีร้านอาหารเเต่ไม่เปิดซักวัน ที่ไปพัก  
ได้ยินเสียงรถวิ่งผ่านนานๆที ถึงจะติดถนนในเกาะก็สามารถนั่ง นอน ชิลล์ ชมวิวริมเล
สมใจอยาก ติดเเต่อย่างเดียว ร้อนไปนิดไม่มีลมเลย 
ถ้าพกพัดลม USB มาด้วยจะดีมากๆ 

ออกมาหาข้าวกินร้านบ้าน บนเกาะตอนเเรกก็นึกว่าจะเเพงกว่าฝั่ง ที่ไหนได้ราคาปกติเลย 
เเละทั้งทริปปรากฎว่าร้านอาหารตามสั่งทั้งเกาะก็ราคาปกตินี่ละ
จะมีเเถวหน้าหาดท่องเที่ยวที่ราคาเพิ่มอีก 10-20 บาท

นักท่องเที่ยวสายตังน้อยถูกใจสิ่งนี้!!!

เช้าวันที่ 2 ออกเดินทางสำรวจเกาะ เเหม่เหมือนคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสเลย 

จุดชมวิว มีตลอดทาง 

เส้นทางที่จะไปมุ่งหน้าไปยังส่วนที่ห่างไกลที่สุดของเกาะ อนุสรณ์สถานเกาะช้าง
เเวะเช็คอินร้านกาแฟ เค้าบอกว่ากาแฟที่ร้านนี้ปลูกเองบนเกาะแห่งนี้ ส่วนราคาก็ปกติ 50 บาท 
www.facebook.com/Bankafae.kohchang/ 
พี่เจ้าของเล่นกีตาร์ เพราะเสียด้วย 
ฟังดนตรี จิบกาแฟ  ไม่อยากไปไหนเลย 

บ้านกาแฟ@เกาะช้าง

ระยะทางจากที่พักมาถึงอนุสรณ์สถานเกาะช้างราวๆ 20 กม.
เส้นทางช่วงก่อนที่จะถึงค่อนข้างยาก มีทางชันๆโค้งๆให้พอเล่นสนุก 
อนุสรณ์สถานเกาะช้างจะเป็นสถานที่ให้ระลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ยุทธนาวีเกาะช้าง

รอบข้างมีกำลังก่อสร้างอาคารบริเวณโดยรอบขาดการดูแลทั้งขยะ 
และการบำรุงรักษาเราเลยจัดการขยะไปซักเล็กน่อยถือว่าช่วยๆกัน 
ที่นี่มีหาดทรายสวยงามแห่งของเกาะ ยาวประมาณ 150 เมตร  ทรายขาวนุ่ม น้ำค่อนข้างใสเลยทีเดียว
ใกล้ๆกันก็จะมี Long Beach ที่ยาวเเละใหญ่กว่าเเต่ไม่ได้เเวะ ทำไมๆๆ 

Secret Beach

แวะเดินเล่นเเถว Journey End ที่พักสุดชิคๆคุลๆ

เเวะกินข้าวเที่ยงที่บ้านสลักคอก พร้อมขี่รถไปสุดทางสลักคอก 

เส้นทางต่อไปสลักเพชร ที่ที่มี ร้านซีฟู้ดชื่อดัง เเต่ไม่ได้กินเงินเราเเน่นอน เพราะเรากินข้าวมาเเล้ว
ได้เเต่ไปถ่ายรูปเล่นที่ประภาคารท่าเรือสลักเพชร 
ขี่ไปขี่มาดันหลงมาถึงทางตัน…เเต่ไม่ตันเรื่องราว ผมเห็นป้ายติดว่าจุดชมวิวใหญ่โต
เดินเข้าไปนี่มันบ้านคนชัดๆ เดินไปสุดทางเข้าบ้านคนเฉยเลย 
เลยขออนุญาตเข้าไปชมวิวอ่าวสลักเพชร เจ้าของลุงต๊อบทัวร์ โฮมสเตย์ก็เเนะนำเป็นอย่างดี
เเถมชวนมานอนในราคาที่ถ้ายังไม่มีเป้าหมายคงไม่มีปฎิเสธที่นี่เเน่ๆ 

พี่เค้าบอกเลยว่า ที่นี่ ห้องพัดลม 400 เเอร์ 600 (ขอโปรโมทหน่อย)
เเถมบรรยากาศโคตรชิลด์ ลมโกรก ไม่ร้อน เงียบสงบดี เและยังมีบริการทัวร์ดำน้ำด้วย 
ไว้คราวหน้านะพี่ ผมยังมีภารกิจขี่รถรอบเกาะ เทไม่ได้
(ใจจริงอยากเทใจจะขาดเเต่ต่อเวลาเพิ่มไม่ได้)

ลุงต๊อบทัวร์ โฮมสเตย์

ท่าเรือสลักเพชร จุดชมวิว ถ่ายภาพอีกแห่ง 

มาดูในส่วนของรายละเอียดรอบคันรถกันบ้าง 
พระเอกในทริปนี้ คือ GPX Legend 150s 2019 
พร้อมลูกเล่นเกล็ดสีเมทัลลิค  สะดุดตายามโดนแสงแดด

เครื่องยนต์ 149 cc. 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศ 
ปรับสัดส่วนอากาศและน้ำมันเข้าสู่ห้องเผาไหม้ด้วยคาบูเรเตอร์ 
6 เกียร์เดินหน้า พละกำลังช่วงต่ำถึงกลางทำได้ดี 
ช่วงเกียร์ 2-3-4-5 มีอัตราทดที่ยาวมาก ก่อนจะเตะขึ้นเกียร์ 6 ให้อารมณ์สบายๆ รอบไม่ตึงจนเกินไป 

ระบบเบรกหน้าดิส หลังดรัม ที่ให้มาถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน 
กดเล่นหนักๆ ทั้งตอนแห้ง แดดร้อนๆ จนถึงช่วงวิ่งผ่านฝนปรอยเบาๆ 
ก็ไม่เจอปัญหาใดๆทั้งสิ้น ถือว่าไว้เนื้อเชื่อใจกันได้
ในส่วนของยางเดิมติดรถที่ให้มาคือ Vee Rubber ขนาดล้อหน้า 110/90-17″  ล้อหลัง 120/90-17″ 
บนเกาะช้างเองก็มีถนนให้พบเจอหลายแบบอยู่เหมือนกัน ทั้งพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก 
ราดยางแอทฟัสธรรมดา ไปจนถึงทางดิน แถมยังมีเตลิดลงไปวิ่งในทรายบ้างก็ยังมีได้ 

มันอาจจะไม่ได้เลิศขนาดที่จะโหนเข้าโค้งแล้วจะเกาะหนึบไปกับโค้งแบบยางเรสซิ่ง หรือจะลุยดะได้ขนาดดอกยางบั้งๆแบบรถวิบาก 
แต่เชื่อเถอะว่า ยางตัวนี้ก็ยังสามารถพาเราไปให้ถึงจุดหมายได้อยู่ดีนั่นแหละ ไม่งั้นข้าพเจ้าไม่กลับมานั่งโม้ให้ฟังได้อย่างนี้หรอก 5555+

ช็อคอัพหน้าแบบ เทเลสโคปิก พร้อมมียางหุ้มกันฝุ่นดูคลาสสิค 
ฟิลลิ่งการทำงานของช่วงล่าง จากที่ได้สัมผัสมา
ด้านหน้า ความนุ่ม ความหนืดกำลังดี ซับแรงสะเทือนจากผิวถนนไว้ได้ดี ในความเร็วต่ำถึงปานกลาง
แต่หากเร่งความเร็วเกินร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้วเจอพื้นผิวไม่ราบเรียบ 
ด้านหน้าจะมีอาการชกมวยออกมานิดหน่อย เพิ่มความระวังในการคุมรถก็จะผ่านไปได้ 

ด้านหลัง มีความแข็ง กระชับ ออกจะให้ความรู้สึกกระด้างอยู่บ้างในบางจังหวะที่ขี่คนเดียว 
แต่ความกระด้างนี้ก็มีข้อดีของมัน เมื่อยามต้องไปเล่นโค้งสลับ พับไปๆมาๆ บนเกาะช้าง มันเกาะ มันจิกเอาเรื่องเชียวละ 

ท่อไอเสีย สีดำด้าน ดุเข้ม ทรงสวยใช้ได้ เสียงก็ไม่ดัง ไม่เบามากนัก 

ไฟกลม หลอดไส้ นี่แหละคลาสสิค มาพร้อมเพลทป้ายบอกว่า “ข้านี้แหละคือGPX”

ไฟท้าย LED สว่างชัดเจนดี  ช่วงท้ายรถ ทำออกมาเผื่อให้เอาไป “เล่น” ได้เยอะอยู่เหมือนกันนะ

แฮนด์บาร์ องศาดีกำลังดี ท่าขี่จะจิ๊กโก๋หน่อยๆ 
หรือเวลาลุกขึ้นยืนรูดหลุมก็แน่นกระชับ บวกกับร่องเว้าของถังน้ำมันที่สามารถใช้ขาหนีบรถให้แน่นๆได้

เบาะนั่ง หนังหุ้มเบาะเล่นลายเดินเส้น กระดกช่วงท้ายนิดนึง เพื่อความคลาสสิค

จอมาตรวัดแสดงผลแบบผสมทั้งเข็มและดิจิตอล สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ทำความเข้าใจได้ง่ายมาก มีไฟบอกเกียร์ด้วยนะครับ

เสร็จจากภารกิจ ขี่รถให้ถึงสลักเพชรเเล้ว ก็ได้เวลามุ่งหน้าไปอีกฟากของเกาะ ด้วย
ระยะทาง 27 กม.จะถึงปั้ม ปตท.เเห่งเดียวของเกาะช้าง เเต่ระหว่างทางนี่เดี่ยวแดดเดี๋ยวฝน

ฝั่งตะวันตกของเกาะนี่คนละเรื่องกับฝั่งตะวันออกที่เราพักเลย
มีเเสงสีความเจริญเหมือนอยู่ภูเก็ตไงงั้น มีทั้งบิ๊กซี เเมคโคร โลตัส ร้านกาแฟน่านั่งหลายๆร้าน รีสอร์ท โรงเเรมหลายดาว 

สถานที่ท่องเที่ยวของฝั่งตะวันตก ก็จะมี 

จุดชมวิวหาดทรายขาว สามารถมองเห็นหาดทรายขาวเเละตัวเมืองได้อย่างสวยงาม
หาดทรายขาว (มีทางลงหาดเล็กๆข้างร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ เเละ ตามซอกตึก)
จุดชมวิวศาล กรมหลวงชุมพร (วิวสวยครับ)
หาดคลองพร้าว (เราไปลงหาดที่ KP HUT )
หาดไก่แบ้ (เดินลงหาดที่ ไก่เเบ้รีสอท มีที่จอดมอไซค์ ให้ด้วย)
จุดชมวิวไก่แบ้ สวยๆเลยเหมาะสำหรับพาสาวมาดู Sunset 
โค้งแดงมฤตยู(ตั้งชื่อเอง) ตอนขี่ผ่านเจอฝรั่ง เเหกโค้งดีนะไม่เป็นไรมาก 
หาดชายแย้ม (พลาดไปได้ไง)
หาดคลองกรอย(มีทางลงหาด)
ดงเร็คเก้ เห้นร้านนึงวิวสวยมากเเต่ไม่ได้เเวะอะไรมากมาย 
หาดหวายเเฉก(โคตรลับไว้คราวหน้า)

หลายๆหาดดูเหมือนจะไม่มีทางลงหาดสาธารณะ 
เเต่เมื่อไปสอบถามโรงเเรมหรือรีสอร์ทที่เป็นทางลงหาดทุกที่ก็ให้คำเเนะนำเป็นอย่างดี 

จุดชมวิวหาดทรายขาว 

หาดทรายขาว 

หาดคลองพร้าว 

จุดชมวิวศาล กรมหลวงชุมพร

โค้งแดง 

หาดไก่แบ้ 

จุดชมวิวไก่แบ้ 

ดงเร็คเก้ทางใต้ของเกาะมันดีมากเลย  วิวสวยมากเเถวนี้ 

หลังจากขี่รถกลับจากชมพระอาทิตย์ตกดินที่หาดทรายขาว 
ก็หวดรถข้ามเขากลับมาตายรังที่ฝั่งธารมะยมเหมือนเดิม 
กินข้าวร้านเดิม เพิ่มเติมคือมีไส้กรอก 555 

เช้าวันที่ 3 หกโมงเช้าก็สว่างเเล้วพร้อมกับสายฝนพรำๆ 
เเต่ทำไมเต๊นท์เเฉะวะ นั่นไง เต๊นท์รั่ว 
สงสัยจะได้งอกเต๊นท์ใหม่เเน่ๆ นายท็อป 
เช้านี้เลยไม่ได้ออกไปไหนเลยได้เเต่นั่งคอยฝนหยุด เกือบ 10 โมงถึงได้ขยับ

ขากลับนี่เราลองลงเรือเฟอรี่ที่ท่าเซ็นเตอร์พอยน์
ท่านี้เรือเก่ากว่ากรังกรังๆเลย เเต่ราคาเท่ากัน 40 เเละ 80 บาท 
วิ่งนานกว่า เเต่เรือออกตามเวลาไม่มีออกก่อนออกหลังครับ 
ด้วยความที่ฝนตกกระหน่ำ ขากลับเรืออกจากฝั่งเเล้วเราจึงได้ชมเกาะ
เเล้วจินตนาการไปว่าได้ไปเที่ยวทะเลสาบแถวยุโรปเลย 
บรรยากาศโคตรได้  นึกว่าเเถวไอซ์แลนด์ …555 

ทริปนี้ก็ยังขาดไปอีกหลายที่เลย ทั้งน้ำตกคลองพลู น้ำตกธารมะยม น้ำตกคีรีเพชร
เดินชมป่าโกงกาง ดำน้ำ ตกปลา พายเรือคยัก  เเละอีกเพียบ 

ไว้คราวหน้าจะมาเก็บให้หมดเลย 

“ใครๆก็บอกว่าเกาะช้างไม่มีอะไร 
แต่ก็นั่นเเหละ ไปเที่ยวแบบไม่คาดหวังอะไร 
มักได้อะไรกลับมาเสมอครับ”

Comments

comments

SHARE :)