[RIDE SARA] D.I.Y.ทำที่ชาร์จแบตฯอนาถากับชายชราชื่อน้าหยอย

[RIDE SARA] D.I.Y.ทำที่ชาร์จแบตฯอนาถากับชายชราชื่อน้าหยอย

ซัวสะไดไอเลิฟยูก่อนวันสงกรานต์นะครับ……..
ครูน้าหยอยหายหน้าไปจากห้องรัชดานี่ได้อาทิตย์กว่าๆแล้วนะครับ วันนี้ออกอาการคิดถึงน้องๆหลานๆ เลยย้อนกลับมาเขียนเรื่องให้อ่านกันเหมือนเดิม…..

ก็เป็นมาตรฐานเหมือนเดิมของครูน้าหยอยที่ไม่เคยเข้ามาคุยแบบมือเปล่าๆ…โดยไม่มีอะไรมาฝาก…ประมาณว่าอย่างไม่มีอะไรเลย ผมก็ยังคงมีน้ำใจเอามาฝาก(แม้ว่าจะเป็นเรื่องลมๆแล้งๆไปตามลมปากก็ตามที)

แต่มีหรือที่ผมจะสิ้นไร้ไม้ตอกเอาถึงปานนั้น…..ฮ่า…คุยซะหน่อย…(คราวก่อนนั้นผมเขียนเรื่องขี่รถไปเที่ยวเขมรยังไม่จบนะครับ แถมยังติดค้างเรื่องจะเอาวิธีการทำนมบูด(โยเกิต)ตามแบบที่ผมทำกินเองประจำมาฝากอีกเรื่องนึงด้วย)….ฮ่วยๆๆ…..ครูน้าหยอยกลายเป็นคนมีหนี้สิน เพราะลมปากตัวเองแท้ๆเลยนะเนี่ย…..

ที่จริงครูน้าหยอยไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ มีธุระนิดหน่อยที่รร.สารพัดช่าง(วัดแก้วแจ่มฟ้า)….คือช่วงนี้เป็นจังหวะที่จะมีการปิดเทอมใหญ่ของโรงเรียนในสังกัดกทม.ควบกล้ำกับวันหยุดยาวในช่วงสงกรานต์น่ะ บังเอิญมีน้องที่เคารพของครูน้าหยอย(เอ๊ะถูกป่าวฟระ) คนหนึ่ง พี่แกเป็นอาจารย์สอนอยู่ในวิทยาลัยดังกล่าว เห็นกงจักรเป็นดอกจิก ออกจดหมายเชิญผมไปเป็นวิทยากรอบรมว่าด้วยการทำขนมครก….!!??

มีหรือที่คนเห็นแก่ได้อย่างน้าหยอยจะปฎิเสธ……..ฮ่าๆๆๆ

ไปซีครับ ครูน้าหยอยขอเวลานอกออกไปผลิตเพาเวอร์พ็อยต์สำหรับอบรมดังกล่าว 2 วัน แล้วก็ไปอบรมจนเสร็จสิ้นพิธีการท่ามกลางความอกสั่นขวัญแขวนของน้องที่มาเป็นคนประสานงาน….น้าหยอยเห็นแกนั่งเหงื่อแตกเต็มสีหน้าอีตอนที่ผมขึ้นไปบรรยาย…ฮ่าๆๆๆ แต่ก็ผ่านไปด้วยดีตามเป้าหมายทุกประการ…..

ตรงนี้ครูน้าหยอยขอประชาสัมพันธ์ไปยังโรงเรียนหรือหน่วยงานราชการที่สนใจอยากให้ผมไปบรรยายพิเศษในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์กลไก หรือเกี่ยวกับความปลอดภัยระดับประเทศระดับโลกยังไง ขอเชิญหลังไมค์มาปรึกษาได้เลยครับ ถ้าไม่ไกลจนเกินกำลังที่ผมจะขับรถมอเตอร์ไซค์ไปถึงได้ ผมจะอบรมให้ฟรีๆ ขออย่างเดียวต้องเลี้ยงข้าวกลางวันผมสักมื้อก็แล้วกัน….อบรมได้ตั้งแต่30-100 คนเด้อ

บอกซ้ำอีกครั้งนะครับว่า จะให้อบรมเชิงวิชาการหรือคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกัน(ก็ได้ทุกกรณี) และหากจะให้อบรมขับขี่ปลอดภัยแบบครบหลักสูตรด้วยก็ได้อีกเช่นกัน…..ปรึกษามาทางหลังไมค์ได้เลย

เอ้า…..กลับมาเรื่องของเราใหม่

สรุปกันตรงนี้ก็แล้วกันว่า ผมจะเอาวิธีทำเครื่องชาร์จไฟประจำรถมาฝากหลานๆในวันนี้หนึ่งเรื่อง….อีกสัก2-3วันผมก็จะกลับมาเล่าวิธีทำโยเกิตไว้กินเองอีกหนึ่งเรื่อง แถมด้วยการขี่รถไปกับขบวนคาราวานมอเตอร์ไซค์….ไปนอนที่เขื่อนศรีนครินทร์ แล้วขี่รถตัดกลับมาทางสายทองผาภูมิ เข้าไปซื้อปลาคังมาลวกจิ้มกินในที่พัก……สนุกจนมันหยดเลยก็แล้วกัน

นอกเหนือไปจากการทำอุปกรณ์ชาร์จแบตฯประจำรถของเราเองแล้ว ครูน้าหยอยยังอาจหาญมาแนะนำการทำที่ชาร์จมือถือประจำตัว(เพาเวอร์แบ็งค์)อย่างง่ายๆให้คุณเอาไปทำเล่น….ต้นทุนประมาณ400บาท เอาไว้ชาร์จมือถือหรือแท็ปเล็ตกัน3วันแปดคืนอีกอย่างหนึ่งด้วย…..เรื่องจริงๆครับ เกริ่นแบบวางมัดจำเอาไว้ตรงนี้ก่อนเลยยังได้….

ฮ่า……
คราวนี้เข้าเนื้อเรื่องละเน้อ…..คือผมจะแนะนำการทำที่ชาร์จไฟ12โวลท์เอาไว้ประจำรถกันสักคนละชุด…..ในราคาต้นทุนไม่แพงจนเกินไปนัก…..คิดเฉลี่ยๆประมาณสัก50-80บาทเห็นจะได้ ( แต่สำหรับของผมใช้ทุนไปทั้งหมด 30 บาท)…..
รถรุ่นใหม่ๆเดี๋ยวนี้มักไม่ค่อยมีคันสตาร์ทมาด้วยนะครับส่วนมากจะใช้สตาร์ทไฟฟ้า(ยกเว้นรถเล็กๆ) ถ้าแบตฯหมดก็คือหมด ไม่สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์กลับบ้านได้….กรณีของผมนั้น ผมใช้ PCX 150….จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่กล่าวนี้ติดรถไว้ด้วย

มาดูกันว่าเราต้องใช้อะไรบ้าง…….

อย่างแรกคือตัวชาร์จขนาด 12 A 1A หรือไม่เกิน 1.5A ถ้าชาร์จมากกว่านี้ หม้อแบตอาจจะบวม(ระเบิด)เอาเน้อ เพราะความร้อนมันสูง…หม้อแบตฯขยายตัวไม่ทัน(ไม่เหมือนแบตน้ำที่เราสามารถเปิดฝาน้ำกลั่นให้ความร้อนระบายออกไปได้)……ผมแวะซื้อจากตลาดนัดของมือ2 แถวใต้ทางด่วนบางซ่อน….แถวนั้นเป็นแหล่งพักพิงของคนงานสร้างทางรถไฟ…ตอนเย็นๆตั้งแต่4โมงเป็นต้นไป จะมีแผงลอยมาตั้งขายของกินและของใช้สารพัดชนิด ในราคาที่คนงานพอสัมผัสได้…..ครูน้าหยอยก็จัดว่าเป็นคนอนาถาคนหนึ่ง ชอบไปเดินหาซื้อของแถวนั้นมาดัดแปลงใช้กับชีวิตประจำวันบ่อยๆ…..

ได้หัวแปลงไฟขนาด1.Aมา1ตัว ในราคา20 บาท แล้วก็ปากคีบอีกคู่หนึ่ง ในราคา 10บาท….แค่นี้ก็พอสำหรับชีวิตสมถะของผมแล้วละ

ไม่ต้องทำอะไรมากหรอกครับ แค่ตัดหัวแจ็คปลายสายที่มีติดมากับหัวแปลงไฟออกไป แล้วปอกปลายสายเอาสายทองแดงของมันออกมาพันแปะติดไว้กับปากคีบ (ยังไม่ต้องบัดกรีนะครับ)


ตอนนี้ต้องใช้วิชาเสกคาถาระเบิดน้ำปลุกเสกเทียนให้ลุกเป็นไฟ ด้วยการใช้มัลติมิเตอร์ทดสอบขั้วไฟบวกและลบของมันเสียก่อน (หากเราสลับขั้ว-เป็น+ เวลาเอาไปชาร์จไฟ…ไฟจะไม่เข้าหม้อแบตครับ)

จากนั้นใช้ปากคีบหนีบสายไฟจากหัวชาร์จ(ตอนนี้มันมีไฟขนาด12โวลท์มารออยู่ที่ปลายสายแล้วนะครับ)กับสายเทสต์ของมัลติมิเตอร์สายสีแดง

แล้วก็ใช้สายอีกข้างที่เหลือแตะกับสายดำ(-)………ถ้าเราเสียบขั้วถูกต้อง-มันก็จะอ่านค่าของไฟให้เราเห็นว่ามีไฟมาตรงปลายสายนี้(ประมาณ12โวลท์)….ดูรูปประกอบเอานะครับ

ถ้าเสียบไม่ถูกขั้ว มันก็ไม่อ่านค่าให้เราเห็น…..ก็สลับสายให้ตรงกับขั้วที่ควรจะเป็นซะ….
แค่นี้เองแหละ….คือที่ชาร์จไฟอนาถาของครูน้าหยอย…..


เมื่อเชื่อมสายเสร็จแล้ว เราก็ลองเอาหลอดไฟ12โวลท์มาลองทดสอบดูให้มั่นใจ แล้วจัดเก็บให้กระชับ ใส่เอาไว้ในกล่องเก็บของใต้เบาะ เวลาขี่รถไปเที่ยวไกลๆ…เกิดเผลอเอาแท็บเล็ตมาเสียบชาร์จที่แบตฯจนไฟแห้ง-ก็เสียบไฟชาร์จเสียสักพักพอสตาร์ทเครื่องยนต์ได้….โอกาสกินข้าวลิงก็จะลดลง

เสร็จเรื่องของที่ชาร์จไฟอนาถาของครูน้าหยอยไปแล้ว คราวนี้จะเอารุปตอนไปช่วยคุมขบวนคาราวานของบริษัทนัดพบบางใหญ่ทั้ง2ครั้งมาลงสรุปนะครับ……เพราะค้างมากตั้งสองอาทิตย์แล้ว…….มันมีเรื่องมาแทรกอย่างที่เล่าให้ฟังไปแล้วนะครับ

ความจริงการจัดรถไปท่องเที่ยวแบบคาราวานนั่น ครูน้าหยอยเป็นผู้ควบคุมขบวนมาตั้งแต่ปี2533 นู่นแล้วละ สมัยนั้นครูฝึกมีอยู่ทั้งประเทศแค่10คน ฮอนด้าเองก็ต้องเร่งผลิตครูฝึกจากดีลเลอร์ทั่วประเทศอย่างหามรุ่งหามค่ำ ….การดำเนินงานก็ปรับเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยที่สิ่งแวดล้มจะพาไป…..จากแรกๆที่พวกครูฝึกดำเนินการกันเอง ก็ขยายวงเป็นจ้างตำรวจและหน่วยงานอีกหลายสาขามาเสริมกำลังกัน

ชุดนี้เป็นรูปคาราวานไปเขื่อนศรีนครินทร์นะครับ ผมอัพโหลดมาจากมือถือ รายละเอียดคงไม่ต้องอธิบายมากนัก เพราะว่ามันลำบากสำหรับคนระดับสว.อย่างครูน้าหยอย แค่เอารูปมาเล่าให้ฟังว่าผมหายไปไหนมา….อีกสองวันจะมาสอนวิธีทำโยเกิตคนอนาถาตามประสาครูน้าหยอย

 

บทความโดย วิชิต บางซ่อน

Linkต้นฉบับ https://pantip.com/topic/36317404

 

Comments

comments

SHARE :)