-=:+:RIDE NOW : Volunteer Rider safe the coral with YAMAHA T-MAX 530:+:=-

-=:+:RIDE NOW : Volunteer Rider safe the coral with YAMAHA T-MAX 530:+:=-

สวัสดีครับ อีกครั้งกับโปรเจค Volunteer Rider ที่ผมจะมาแนะนำกิจกรรมอาสาสมัคร ของเครือข่ายจิตอาสา ที่ผมช่วยงานอยู่ในวันหยุดมาหลายปีแล้ว คราวนี้จะเป็นกิจกรรมปลูกปะการังในพื้นที่อนุรักษ์ ด้วยความร่วมมือจากมูลนิธิกิจกรรมวิทยาศาสตร์ทางทะเลและการอนุรักษ์ http://www.vinythaicoral.org/about%20us.htm บริเวณวิหารหลวงพ่อดำ หมู่บ้านแสมสาร สัตหีบ ชลบุรีครับ

ชีวิตในวันหยุดผมมีอยู่สองอย่างครับ ที่ผ่านมาประมาณ 6 ปี ส่วนมากก็จะอยู่ในป่าหรือไม่ก็ริมทะเล กับหน้าที่ผู้ประสานงานกิจกรรมอาสาสมัคร (เรียกซะหรู เรียกสตาฟดีกว่านะ สั้นๆดี) งานหลักๆก็มีการทำบ้านดินให้คนไร้บ้าน กุฏิดิน ห้องสมุดดิน โบสถ์ดิน สร้างฝายชลอน้ำ ปลูกป่า ปลูกป่าชายเลน ซ่อมโป่ง สร้างโป่งเทียม พาเด็กๆเดินป่าเพื่อศึกษาธรรมชาติ ฯลฯ กว่าหกปีที่ผ่านมา ทำเอาผิวกายของผมที่จริงๆแล้วออกจะผิวขาว ตอนนี่ก็คล้ำกร้านแดดอย่างที่เห็น ดูแล้วจะให้กลับไปขาวอีกนี่คงลืมไปเลยดีกว่า

หาข้ออ้างยืมรถมาเที่ยวหรือเปล่า …ก่อนหน้านี้ ผมก็เดินทางไปทำงานอาสมัครด้วยรถตัวเองบ้างอยู่แล้วล่ะครับ คือไม่มีใครให้ยืมก็ไปอยู่ดี ไหนๆก็ไหนๆก็เลยลงเอยอย่างที่เห็น

ได้รับการสนับสนุนให้ยืมพาหนะ YAMAHA T-MAX 530 จาก https://www.facebook.com/YRCThailand?fref=ts

ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน ค่าข้าว ที่พัก จัดการตัวเองจ้า

ทุกกระทู้ที่เราขี่แล้วมาเล่า เราได้ยื่นข้อเสนอกับผู้ประกอบการว่า “อะไรดีก็บอก อะไรไม่ดีก็บอกด้วยเหมือนกัน” ถ้าไม่ตกลงเราก็ไม่ขอรับการสนับสนุน ซึ่งเมื่อทุกอย่างลงตัวก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละจ้า เป็นกลางหรืออวย…คิดเอาเองนะ เราเชื่อว่าสมาชิกมีวิจารณญาณพอที่จะเลือกเสพข้อมูลได้

เกริ่นมาซะยาว กลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า ไม่งั้นคืนนี้ไม่จบแน่

ทริปนี้เดินทางไปเมื่อวันที่ 20-21 ธันวาคม 4557 ที่ผ่านมา ก็ถือว่าดองไว้พอประมาณ

เริ่มต้นเดินทางเช้าวันเสาร์ มีน้องชายของแมวน้ำซ้อนไปเป็นผู้โดยสารด้วย 1 หน่อ บ้านผมอยู่มีนบุรี จะไปเส้นบางนา-ตราดก็กระไร จึงเลือกเส้นทาง สุวินทวงษ์ – ฉะเชิงเทรา – พนมสารคาม – บ้านบึง – สัตหีบ ซึ่งอ้อมกว่าหน่อย ก็คิดซะว่าขี่รถเล่น เรามาดูภาพระหว่างทางกันดีกว่า (ส่วนคลิปที่ซ่อนไว้ สามารถเลือกชมได้ถึงความละเอียด 1080p เลยจ้า)

จากมีนบุรีจะมีสะพานลอยให้ขึ้นไปทางฉะเชิงเทรา วิ่งสุวินทวงษ์ไปยาวๆเลย ระวังหน่อยนะ เส้นนี้โครงการระดับชาติ (สร้างกันนานเป็นชาติ) มีคลิปเส้นทางด้วยนิดหน่อยตามที่ซ่อนไว้เลยจ้า

บนสะพานนี้มีโค้งให้เล่นเล็กน้อย

เลยหนองจอกมาก็เลี้ยวไปหามุมถ่ายรูปเล่นสักหน่อย อากาศกำลังดีเลยล่ะ

ตรงมายาวๆจนจะเข้าเมืองฉะเชิงเทรา ผมเลือกขึ้นสะพานแล้วลงซ้ายไปผ่านเข้าตัวเมือง

ข้ามแม่น้ำบางปะกง

ถึงแยกคอมเพล็กซ์แล้วตรงไปพนัสนิคมจ้า

ลอดใต้สะพานนี้ไปนะ

ตรงมายาวๆจนถึงพนัสนิคม ช่วงนี้เป็นทางลาดยาง สภาพพื้นผิวพอถูไถ ดูจากคลิปแล้วก็ระวังกันหน่อยเน้อ อย่าใช้ความเร็วสูงมากเพราะผ่านชุมชนตลอด

ถึงพนัสนิคม ไม่รู้ร้านไหนอร่อย เห็นร้านข้าวหน้าเป็ดหน้าสนามกีฬาก็เลยลองแวะ รสชาติพอถูไถ

ไปกันต่อ ตรงไปยาวๆจนถึงแยกที่ตัดกับเส้นบ้านบึง-แกลง ถึงสามแยกนี้ก็เลี้ยวซ้ายนะ ช่วงนี้รถบรรทุกจะเริ่มมีให้เห็นเยอะขึ้น ระวังกันด้วยจ้า

วิ่งมาสัก 20 โล จะเจอะแยก ถึงแยกนี้เลี้ยวขวาลอดใต้สะพานยาวๆไปทางนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ดเลยจ้า สภาพเส้นทางก็ตามคลิปโลด เส้นนี้ใช้ความเร็วสูงพอไหว แต่ก็ระวังรถบรรทุก รถชาวบ้านด้วยเน้อ เส้นนี้ยิงยาวๆไปแสมสารโลด


ถึงแยก กม.10 แล้วก็ตรงไปเน้อ

เลยค่ายพระมหาเจษฎาเจ้า ก็เลี้ยวซ้ายเข้าหมู่บ้านแสมสาร

จนมาเจอะป้ายนี้ก็เลี้ยวซ้ายไปทางวิหารหลวงพ่อดำ

จากนั้นก็มาถึงสถานที่ทำกิจกรรม บริเวณหมู่บ้านแสมสาร มานั่งรออาสาสมัครที่เดินทางด้วยรถบัสจากกรุงเทพ หลังจากแลกเปลี่ยนเลียนรู้เรื่องการปลูกปะการังแล้วก็พาอาสาสมัครขึ้นไปที่วิหารหลวงพ่อดำ เพื่อเตรียมลงทะเล

บริเวณหลังวิหารหลวงพ่อดำก็จะเป็นจุดชมวิวช่องแสมสาร แวะเสพวิวงามๆกันได้ ส่วนไอ่ผมก็ถ่ายรูปเล่นรัวๆ ๕๕



หน้าที่ตอนนี้มาทำอะไร…พลขี่มอเตอร์ไซค์รับหน้าที่ขึ้นมารอกั้นรถที่จะลงจากลานจอดด้านบน เพื่ออำนวยความสะดวกให้รถบัส

หลังจากอาสาสมัครมาถึงแล้ว ก็ได้เวลาสลัดคราบไรเดอร์ ไปปฏิบัติหน้าที่สตาฟ…

ถอดหมวกกันน๊อค มาใส่หน้ากากดำน้ำคาบท่อสน๊อคเกิล

สลัดเสื้อการ์ด มาสวมเสื้อสำหรับดำน้ำตื้น

ถอดเรซซิ่งบู๊ท มาใส่ตีนกบ

ตามพี่มาเลยน้องงงงง


จากนั้น งานของผมคือการเป็นผู้ช่วยแนะนำการใช้หน้ากากดำน้ำและท่อสนอคเกิลอย่างถูกวิธี  เพื่อลดความเสี่ยงจากอันตรายในการดำน้ำแบบ skin diving







เมื่อซ้อมจนได้ที่แล้ว ก็พาสาวเชือกออกทะเล เพื่อไปศึกระบบนิเวศน์ในพื้นที่อนุรักษ์ และชมแปลงปลูกปะการังด้วยท่อPVC ในส่วนนี้ผมก็จะคอยว่ายน้ำดูแลอาสารอบๆพื้นที่ และพร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือเมื่อเกิดอุปสรรค






อาสาที่ไม่อยากลงน้ำ หรือลงไม่ไหว ก็จะไม่ให้ฝืน เรามีเรือท้องกระจกพาชมระบบนิเวศน์เช่นกัน

เพื่อมาที่แพสถานีปฏิบัติงานวิจัยการปลูกปะการังด้วยท่อ PVC

ปะการังเขากวางที่แบ่งเป็นกิ่งสำหรับปลูก

จากนั้นก็แนะนำวิธีการปลูกปะการังด้วยท่อPVCให้กับอาสาสมัคร



ปลูกเสร็จแล้ว เราก็ให้อาสาสมัครได้โดยน้ำเล่นกันตามอัธยาศัย ส่วนสตาฟก็คอยดูแลอาสาบ้าง แกล้งอาสาบ้าง แกล้งกันเองบ้าง ๕๕

ใครที่เล่นอิ่มแล้ว ก็สาวเชือกกลับฝั่ง

ขึ้นบันไดกลับไปที่ค่ายเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก็เป็นอันเสร็จสิ้นกิจกรรม

เพราะชีวิตไม่ได้มีด้านเดียว หลังจากเสร็จงานแล้ว ก็ได้เวลาพักผ่อนบ้าง อิอิ ผมนี่ขี่รถเข้าสัตหีบเลยฮะ

ไปไหนดี…เติมน้ำมันก่อนดิ บิดตามสันดาน ชิลบ้าง หมดปลอกบ้าง ได้ประมาณนี้แหละ

จากนั้น…ก็ไปสถานที่ที่เล็งไว้มานานแล้วววววววววววววว

ชิลๆกันครับ

เหวี่ยงหมวกออกก่อนเลย

แล้วก็เหวี่ยงเสื้อตาม (อย่าเหวี่ยงลงหาดทรายล่ะ เปื้อนทรายคันแย่เลย)

เริ่ด!!!

RIDE NOW!!


กางเตนท์ได้ด้วยนะเออ!!


ภาพนี้ ถ้าไม่บอกว่าสัตหีบ บางคนอาจนึกว่าแถวภูเก็ต

แวะกินลมอีกหน่อย

คืนนั้นก็นอนในหมู่บ้านแสมสารนั่นแหละ

จิบวุ้นเชียร์ทีมไทยสักหน่อย แต่ขวดเดียวพอนะ เพราะพรุ่งนี้ก็ต้องลงน้ำอีก

ตื่นเช้ามาอีกวัน ระหว่างรออาสาสมัครเดินทางมาจากกรุงเทพ ก็ยังเป็นเวลาที่พอจะไปร่อนได้อีกหน่อย ตามมาเลยจ้า

ท่าเทียบเรือไปเกาะแสมสาร เกาะขาม

หามาอีกหาดหนึ่งที่เพิ่งเปิดให้ท่องเที่ยวไม่นาน เมื่อก่อนห้ามเข้าเพราะเป็นเขตพื้นที่ฝึกของSeal แต่เดี๋ยวนี้ไม่รู้ยังไงเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว

“หาดน้ำใส”

ใสพอไหม!!

อากาศดีสุดๆ

สิ่งอำนวยความสะดวกก็พอมีตามสมควร

ห้องน้ำ

ส่วนอาบน้ำแยกชายหญิง

แว้บจากหาดน้ำใสออกมาทางคลังเชื้อเพลิงทหารเรือ

เข้ามาทางกองเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ แวะถ่ายกับซีแฮริเออร์สักหน่อย เสียดายจังถ้าซ่อมแล้วคุ้มใช้ก็คงจะดีเนอะ

“หาดนางรำ” ที่เที่ยวขึ้นชื่ออีกทีของแสมสาร ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม ร้านอาหารเพียบ


ที่นิยมมากอีกทีนึง แลนด์มาร๋คของสัตหีบเลยกับเรือธงแห่งราชนาวีไทย เข้าชมฟรีสำหรับคนไทย แต่ต่างชาติต้องได้รับอนุญาตนะจ๊ะ ไม่งั้นก็ต้องมีนายทหารสัญญาบัตรพาเข้าชม

พอถ่ายรูปที่จักรีนฤเบศอยู่ ทีมสตาฟก็โทรมาตามว่าใกล้ถึงแล้วก็เลยไปปฏิบัติหน้าที่สตาฟต่อ ตรงนี้ก็ไม่เล่าซ้ำครับ เพราะเนื้อหางานก็อย่างที่เล่าไปแล้ว

หลังจากทำงานเสร็จ ออกจากแสมสารก็เกือบๆทุ่ม ก็เลยเลือกกลับทางพัทยา ชลบุรีบ้าง

มาถึงความรู้สึกเมื่อได้ลองขับขี่ YAMAHA T-Max 530 2012ในระยะทางประมาณ600กิโลเมตรดูบ้าง

ในส่วนสเปคจะไม่ขอกล่าวถึง เนื่องจากไม่ใช่รถใหม่อะไร ข้อมูลในอินเตอร์เนตมีให้เลือกเสพมากมาย

มาเล่ากันดีกว่าว่าขี่แล้วเป็นไง เอาแบบซื่อๆบ้านๆ…

การขับขี่ในเมือง >> แน่นอนจากขนาดที่ดูใหญ่โต แต่ก็ไม่ได้เทอะทะอุ้ยอ้าย หากแม่นระยะและมิติของรถแล้วก็ไปได้ดีพอตัว อัตราเร่งไม่ต้องพูดถึง หารถในเมืองตามได้ไม่กี่คันหรอก ออกตัวไฟแดงติดอันดับแรกๆแน่นอน(ดูซ้ายขวาให้ดีด้วยนะ) ด้วยรูปร่างหน้าตาที่โฉบเฉี่ยวจอดตรงไหนก็ตกเป็นเป้าสายตา ช่องเก็บของใต้เบาะเหลือเฟือกับการใช้งานในเมือง เบาะค่อนค่อนสูงสำหรับไซส์เอเชียหากสูงไม่เกิน170อาจลำบากบ้างถ้าใช้งานในเมือง เท่แน่นอน เท่สุดๆเลยคันนี้

การขับขี่นอกเมือง >>> เบาะนั่งกว้างสบายทั้งคนขี่และคนซ้อน อัตราเร่งเท่าที่ลองแบบมีคนซ้อนพร้อมสัมภาระประมาณ 10 กิโลกรัม 0-140มาแบบง่ายๆลื่นๆ จากนั้นก็ไหลอย่างต่อเนื่องไปที่ 160แล้วไหลต่อเรื่อยๆไปที่180 (จากรอบที่เหลือในมือขี่คนเดียวคาดว่าได้เฉียดๆ200แน่นอน) ถนนโล่งๆสามารถทำเวลาได้ดีจากอัตราเร่งและความเร็วที่ทำได้ ออกทริปกับพิกัดไม่เกิน 650 หากไม่ซัดหมดปลอกกันตลอดทริป ไปด้วยได้สบายๆไม่เป็นภาระแน่นอน อัตราบริโภคน้ำมันสมเหตุสมผลกับสิ่งที่ได้รับ ช่วงล่างที่180ไม่มีลอยไปได้แบบนิ่งๆสบายๆ จัดโค้งได้ตามทักษะของแต่ละท่านเลย โค้งความเร็วสูงยาวๆไปได้แบบนิ่งๆ ท่านั่งตัวตรงเดินทางไกลได้สบาย ข้อเสียสำหรับไซส์มาตรฐานเอเซียคือ…ความสูงของเบาะค่อนข้างมาก ผมสูง175วางเท้าได้ไม่เต็มเท้า

สรุป>> หากรักความสะดวกสบายแบบสกู๊ตเตอร์ ชอบหน้าตาที่หล่อโฉบหรูสะกดสายตา และเครื่องยนตร์ได้อารมณ์ที่พุ่งทะยานแบบสปอร์ต ฟิลลิ่งช่วงล่างแบบเป๊ะๆด้วยมาตรฐานแบบรถประกอบญี่ปุ่นทั้งคัน(แต่ก็ราคารถประกอบญี่ปุ่นอะนะ) ถ้างบถึงคุณจะรักมันแน่นอน จะให้ดีสูงสัก170 ก็จะไม่ลำบากในการควบคุมในเมือง

บทความโดย สมัญตาชีวบุตร_omega_13

 

Comments

comments

SHARE :)