[RIDE NOW] Riding the KAWASAKI NINJA1000 ABS @Phu Thap Boek

[RIDE NOW] Riding the KAWASAKI NINJA1000 ABS @Phu Thap Boek

คำเตือน!!! กระทู้นี้รูปเยอะ หากเป็นไปได้ กรุณาเปิดกระทู้นี้ด้วย WiFi นะจ๊ะ

อมยิ้ม17 สวัสดีครับพี่น้อง #มอเตอร์ไซค์ และห้องบลูแพลนเนตทุกท่าน พบกันอีกเช่นเคยกับการขี่ไปเหลาไปของเหล่าไรเดอร์สายยืมหน้าเก่าเจ้าเดิม ที่เที่ยวไปยืมรถเขามาขี่เที่ยวแล้วมาบอกเล่าความรู้สึกกัน ดีก็บอก ไม่ชอบก็เล่า ตามนโยบายเดิมของพวกเรา  ทีมแอดมินแฟนเพจ >>> มอเตอร์ไซค์พันทิพ <<< https://www.facebook.com/motorcycpantip และ www.just-ride-it.comโดยเจตนาขอนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ….และแน่นอน ต้องขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่สนับสนุนผลงานของทีมเราตลอดมา เรายังมาเล่าให้ท่านอ่านได้เรื่อยๆ เพราะท่านทั้งหลายให้โอกาสค้ำชู เป็นเกียรติของเราที่ได้รับใช้ทุกท่าน อมยิ้ม17

สำหรับคราวนี้ เราได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ใหญ่ใจดี Kawasaki Motoaholichttps://www.facebook.com/motoaholicshop http://www.kawasakimotoaholic.com/ให้ยืม KAWASAKI NINJA1000 ABS  ขอบพระคุณมากจ้า

ช่วงเวลาที่ได้รับรถมาเป็นช่วงเดือนกันยายน…นึกๆจะไปไหนดี..มีทางตรงยาวๆใช้ลองใช้ความเร็ว….มีโค้งเยอะๆให้ได้สนุกกับรถ…มีวิวสวยๆมาฝากเพื่อนๆ

เดือนนั้น…เหมาะสุดก็นั่นแหละ อดีตภูกระหล่ำปลี ที่ปัจจุบันกลายเป็นภูรีสอร์ทหลากสี ไปเสียแล้ว หรือที่เรียกกันสามัญว่า “ภูทับเบิก” นั่นแล….

หลายปีที่แล้วถ้าจะยังจำกันได้กับกระทู้นี้….http://topicstock.pantip.com/ratchada/topicstock/2012/10/V12834791/V12834791.html

แต่มารอบนี้สาวหล่อคนซ้อนติดภารกิจเลยต้องบินเดี่ยว….ดูเปล่าเปลี่ยวและเหงาๆ ก็เลยขอติดสอยห้อยตามไปกับกลุ่มเพื่อนๆพี่ๆ BB KORAT นี่แหละ มิตรภาพดีๆต้องไม่มีจำกัดค่ายนะจ๊ะ

เริ่มต้นจากไปรับเจ้ายักษ์เขียวมาจอดเสียวๆไว้ที่บ้านหนึ่งคืน…คื่นมาตอนเช้า …แฮ่!! ยังอยู่วุ้ย แต่อยู่แบบเปียกๆ แล้วก็ต้องออกบ้านไปแบบแฉะๆ…แง่วววว ความหล่อหายไปนิดสินะ …กระจกมองข้างอย่างบึ้ม แต่จริงๆชอบมากนะ เห็นชัดดี ลำบากตอนมุดในเมืองนี่แหละ

ออกบ้านกี่โมงจำไม่ได้ แต่ก็ไม่เช้ามากและไม่สายไป วิ่งจากบ้านมาโผล่ที่จุดนัดพบแรก ปตท.บริดสโตน ที่นัด BB KORAT สาย กทม.เอาไว้ ระหว่างทางก็เก็บเจ้าหมีต้นมาด้วยโดยบังเอิญหนึ่งคัน สบายไปไม่ต้องเหงาระหว่างรอละ (จริงๆคือดีมาก เผื่อจะไปเข้าห้องน้ำจะได้ฝากดูของกันได้ อิอิ)

ใกล้ๆกันก็มีนักเดินทางด้วยสองล้ออีกกลุ่มจอดรอเพื่อนเหมือนกัน สอบถามได้ความว่าจะไปเขาใหญ่

สักพักวุดดี้พร้อมแม่บ้านและพี่คูณพร้อมแม่บ้านก็ตามมา ครบแล้วก็ลุยกันต่อ ใช้เส้นทางเลี่ยงเมืองสระบุรี ผ่านพุแค มุ่งชัยบาดาล

มากันเรื่อยๆสักพักเริ่มหิว….แวะวิเชียรบุรีกินไก่ดีกว่า ร้านนี้คอนเฟิร์มความอร่อยจ้า



แน่นอนว่าจะสั่งอะไร ก็ต้องตามใจแม่บ้าน อิอิ

เนื่องจากมันอร่อยมาก ไม่ทันถ่ายรูปมาให้ดู ภักษาหารทั้งหลายก็อันตธานหายไปโดยไว…เอาเป็นว่าสั่งอะไรก็โอเคอะ หนังพุงตึง..หนังตาก็พาลหย่อน… ข้างๆร้านก็มีร้านกาแฟเล็กๆให้อัดคาเฟอีนเข้าสมองกัน

สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อแวะร้านนี้ คือนอกจากอาหารอร่อยแล้ว ห้องน้ำก็ยังดีงามมาก





ห้องน้ำสำหรับผู้พิการก็เก๋ไก๋

มีให้เพศทางเลือกด้วยจ้า

ที่อ่างล้างหน้าของห้องน้ำจะมีสบู่สมุนไพรหอมๆให้ลองใช้ ถ้าติดใจก็มีจำหน่ายหน้าห้องน้ำนี่แหละ ไอเดียดีจริง

หากยังอิ่มกับอาหารไม่พอ อยากจะแวะซื้อของกินเล่น แถวๆที่จอดรถก็มีชาวบ้านมานั่งขายของอยู่นะ

ป่ะกันต่อ…วาร์ปมาที่ตัวเมืองเพชรบูรณ์เลยจ้า

จุดนัดพบที่สองก็ปั้ม ปตท. มาตรฐาน ปั้มสุดท้ายก่อนขึ้นภูทับเบิก จุดนี้ พี่โจ บิ๊กบอส BB KORAT ก็มารออยู่สักพักละ

ปั้มนี้ ATM เพียบพร้อม กดเงินไปให้พอล่ะ บนทับเบิกนี่ราคาหลายอย่างเข้าขั้นแพง

พร้อมแล้วก็กดวาร์ปขึ้นมาดักถ่ายรูปเล่นๆ ไผ๋เป๋นไผ๋ เบิ่งแน ทางบางช่วงไม่ดีอย่างในภาพ ขี่กันระวังๆนะจ๊ะ




วิวสวยๆ ไม่ต้องรีบร้อน แวะเสพกันก่อน มาเที่ยวจ้า ไม่ได้มาแข่งรถ


แวะวิวสวยก็แวะอีก






หลังจากจุดนั้น…เราก็ขี่รถกันลุยเมฆกันมาตลอด (บางคนเรียกว่าหมอก) เลยไม่ได้แวะจอดตรงไหนอีก เพราะถนนลื่นมากๆ แต่โค้งก็สนุกมากมาย มาจอดสูดอากาศเข้าปอดอีกทีก็ตรงนี้แหละ

และแล้วเราก็มาถึง อากาศเย็นสบายดีมาก


ให้ดูว่าจะเหลาเรื่องรถ ก็ต้องเหลายางได้บ้างนะจ๊ะ ไม่ได้จะอวดอะไรดอก…จะบอกว่าขนาดถนนลื่นๆ แทรคชั่นดีๆก็ช่วยได้เยอะ แต่จะเอนมากกว่าก็คงกลิ้ง ๕๕๕

เละขนาดนี้ ไม่ลื่นยังไงไหว

ขึ้นมาถึงได้ก็มีความสุขกันถ้วนหน้า


คู่นี้เพิ่งจะมีน้อง ยินดีด้วยนะเพื่อน

ไปหาที่พักกันดีกว่า

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง…เดี๋ยวก่อน ไม่ใช่ละ!!!

ต้องแบบนี้สิ…รสชาติให้ผ่านนะร้านนี้

สำคัญตรงวิวมันดี

แถมยังได้ซ่อมเก้าอี้อีก๕๕๕

ร้านนี้นะ วิวของร้านคือทิศตะวันตกของทับเบิก ก็คือเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ป่าสวยๆเลยยังมีอยู่


ตรงข้ามร้านจะได้วิวนี้

รุ้งสวยๆ เอารถไปแจมสักหน่อย


คืนนี้ก็นอนตรงข้ามร้านอาหารนั่นแหละ ภูสวรรค์เจ้าเก่า วิวบนหลังคาบ้านจ้า

ออกไปสำรวจนิดหน่อย ใกล้ๆนั่นแหละ ถ้าจำไม่ผิดชื่อบ้านหอมมะลิ หรือบ้านมะลิหอมนี่แหละ



กลับมาที่ภูสวรรค์ คืนนั้นเป็นไปอย่างวุ่นวาย ตกดึกลมแรงมาก…ไม่สิ เรียกว่าโคตะระพายุดีกว่า ง่ายๆคือพัดเตนท์ผมคว่ำกลางดึก ต้องลุกมาเก็บเตนท์หนีไปนอนในบ้านเลยล่ะ จำไว้เลยว่าหน้านี้ห้ามกางเตนท์ T_T

ตื่นเช้ามาอย่างระโหยโรยแรง…ก็ต้องออกไปหาวิวสวยๆสิจ๊ะ วันนี้ไม่มีทะเลหมอกเป็นแผ่นใหญ่ๆ ได้แต่ฟุ้งๆแบบนี้แหละ






โอล์ดแบนด์ ๕๕๕

ช่วงสาย เราก็ลงจากทับเบิก ผ่านสาย12 ไปหากาแฟกินกัน

ถนนสวยๆเราก็เล่นโค้งกันพอสนุก ไม่เร็วมาก แค่เอียงรถเล่นเพลินๆ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

ถึงละ…รสชาติกาแฟร้านนี้…อืม….เสพวิวละกัน







อากาศร้อนๆ พอมีคนมาขอถ่ายกับรถที่เราขี่มา…มันมีความสุขดีนะ

ขากลับ ก็ผ่านเขาค้อสักหน่อย




ทีแรกวางแผนไว้ว่ากลับถึงกรุงเทพไม่มืดมาก แต่ก็ไถลกันจนดึกตลอด เกือบๆไหลไปอีกคืน๕๕๕

ลากไปเที่ยวกันแล้ว ลากกลับมาเรื่องรถกันบ้าง อิอิ

ภาพถ่ายเอาเป็นตัวโชว์ก็แล้วกันจ้า เพราะตัวที่ยืมมา ยืมมาได้วันเดียวก็เจอะฝนทั้งเละทั้งเขรอะกันเลย

ขนาดมิติของรถโดยรวม ถือว่าใหญ่สำหรับคนเอเซีย แต่ถ้ามีทักษะในการพยุงรถ บาลานซ์ของรถก็ทำให้น้ำหนักไม่เป็นปัญหาสำหรับคนที่พอมีทักษะสักเท่าไร น้ำหนักโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 231 กิโลกรัมจร้า

ไฟส่องสว่าง ให้ชุดโคมไฟมาใหญ่โต คุณภาพของแสงที่ได้จากการใช้งานกลางคืน ให้ผ่านสบายๆ

เรียกได้ว่ารักเลยก็คือจุดนี้ สำหรับแนวขับขี่ปลอดภัยอย่างผมชอบไฟเลี้ยวดวงโตๆที่มาแปะตรงนี้มาก

กลับมาที่ชุดแสดงผลการทำงาน หรือที่เรียกกันว่าชุดเรือนไมล์นั่นแหละ ให้กันมาครบๆสำหรับ sport touring ตัวพัน เรียกได้ว่านึกออกว่าควรจะมีอะไรก็มีให้ใช้แทบทั้งสิ้น เด่นๆคือมี แทรคชั่นคอนโทรลที่เปิดปิดปรับได้สามระดับการทำงาน มีโหมดเครื่องยนต์ทั้ง L และ F ให้ปรับใช้ตามสถานการณ์ และที่ถึงกับหลงรักเลยก็วัดรอบแบบเข็มที่แหละ น่ารักสุดๆ การแสดงผลและการปรับแต่งการใช้งานของเรือนไมล์ก็ออกแบบมาให้เข้าใจได้ง่าย ไม่ยุ่งยากอะไรมาก ลองเล่นๆสักสามนาทีก็เข้าใจละจ้า ส่วนเจ้าปั้มลอยทางขวาเนี่ย สงสัยบางคนคงจะเปลี่ยนให้ตัวมันเล็กกว่านี้นะ

กุญแจอิโมจ้า

โช๊ค หน้าUSDขนาด41mm ปรับแต่งได้ แต่ค่าที่ตั้งมาสำหรับผมก็จัดว่าพอดีเลย

โช๊คหลังวางแนวนอนเอียงตามสไตล์ค่ายเขียวปรับ Rebound ปรับ Preload ได้ด้วยการหมุน ไม่พอใจก็หมุนปรับกันง่ายๆเลย

แอบดูในซุ้มหลังสักหน่อย แหม่ ดูหน้าตาแล้วน่าจะเป็นถังพักน้ำหล่อเย็น,,,มาแอบตรงนี้เลย

บางคนไม่ชอบปลายท่อแบบนี้ แต่ผมชอบนะ

เบรคหน้า-หลัง ให้มาพร้อม ABS มาๆ ดูกันทีละชุด
ชุดเบรคหน้ามาพร้อมปั้มแบบเรเดียลเมาท์ และจานดิสก์คู่ขนาด 300mm ส่วนตัวอยากให้มันใหญ่กว่านี้อีกนิด แต่จากการใช้งานก็ใช้ได้ดีอยู่หมัด

ชุดเบรคหลังจานเดี่ยว ขนาด250mm ก็ใช้งานได้ดีสมตัวรถ

วกกลับมาที่เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ4สูบ 16 วาวล์ แบบสปอร์ตพิกัดตัวพัน ในความจุ1043 cc. ขนาดกระบอกสูบและช่วงชัก 77 x 56 mm. อัตราส่วนกำลังอัดอัตราส่วนการอัด 11.8 :1 จากการปรับใช้งานหลายๆโหมด ตอบสนองได้อย่างอิ่มเอมใจ แรงสมเป็นตัวพันและมีอัตราเร่งที่ลื่นไหล เอนจิ้นเบรคกำลังดี ยิ่งขี่ยิ่งมัน เมื่อคุ้นกับมันแล้ว ทางคดเคี้ยวของทับเบิกที่เจอฝนครึ่งทางทำให้ถนนลื่นมากๆ ทั้งแทรคชั่นคอนโทรลและโหมดการทำงานเครื่องยนต์ทำงานสอดประสานกันทำให้การควบคุมยักษ์เขียวตัวนี้ไม่ยากเท่าที่คิด

โดยรวมแล้วปกติผมไม่ใช่สายสปอร์ค ออกแนวทัวร์ริ่งเสียมากกว่า แต่พอได้อยู่กับคันนี้เกือบมาพันกว่ากิโล…มันเป็นรถที่ขี่ดีขี่สนุกมากอีกคันเลยล่ะ ทรงแฮนด์ที่สูงกว่าที่คิด…ตลอดเวลาขี่ไปกลับทับเบิก กลายเป็นว่าผมไม่รู้สึกเมื่อยหลังมากมายอะไรเลย ผิดกับที่มโนไว้ก่อนขี่เยอะมาก เหมาะสำหรับการเดินทางที่ต้องการสนุกกับความเร็วในระดับสปอร์ตตัวพัน กดวาร์ปไปที่ความเร็วปลายๆตัวรถก็ยังนิ่งดี ในโค้งไฮสปีดยาวๆก็จิกโค้งได้อย่างดีงาม กับราคาค่าตัวที่จะต้องจ่าย แลกความแรงและความสบายในการเดินทาง เป็นอีกคันที่อยากแนะนำคนที่มองๆรถกลุ่มนี้มาประจำการ ให้ลองขี่เมื่อมีโอกาสแล้วค่อยชั่งใจอีกที

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชม แล้วพบกันใหม่ในกระทู้ต่อไปจ้า
อมยิ้ม17

บทความโดย สมัญตาชีวบุตร_omega_13

Comments

comments

SHARE :)