Honda Forza 300 (2018) ความฝันที่เป็นจริง และคุ้มค่ากับการรอคอย

สวัสดีครับเพื่อนๆสมาชิก วันนี้ผมจะมารีวิวเจ้าลูกชายคันใหม่ของผม ก่อนจะได้เจ้าคันนี้มา ต้องใช้เวลารอคอยมาถึง 5 ปี ขี่ลูกชายคันเก่า Honda Zoomer-x มา 5 ปี กับระยะทางเกือบห้าหมื่นโล พาสก๊อยออกทริปทั่วสารทิศ      จึงอยากได้รถที่คันใหญ่ขึ้น เพื่อที่จะได้เดินทางได้สะดวกสบายขึ่น ในใจตอนแรกเล็งเจ้า Honda CB500X ไว้
กะว่ายังไงก็ออกแน่ แต่ความคิดได้เปลี่ยนไปเมื่อได้ลองยืมเจ้า Royal Enfield Classic 500 ของพ่อไปออกทริปถึงกำแพงเพชร จึงได้รู้ว่าตัวเองไม่เหมาะกับสายกำคลัชตบเกียร์     จึงได้เริ่มมองหาบิ้กสกูตเตอร์ 300 ซีซี ในงบไม่เกินสองแสน ซึ่งในตลาดตอนนั้นที่น่าสนใจก็มีแค่เจ้าอ้วนซ่า Forza 300 โฉมเก่า ซึ่งหน้าตา รูปทรง บอกเลยว่าไม่ผ่านอย่างแรง ทำให้ผมหมดหวังไปซักพัก แต่แล้วค่ายแยมก็มาปลุกความหวังผมด้วยเจ้า Xmax 300 ในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ผมถึงกับจูงมือสก๊อยไปที่งานเปิดตัว Big Mortor Sale สำหรับหน้าตา สเปค และออฟชั่นนั้น ถูกใจมากกก แต่พอเห็นตัวจริง รู้สึกผิดหวังเรื่องวัสดุที่เป็นพาสติกดำด้านซะส่วนใหญ่ และเป็นรถประกอบอินโด จึงยังไม่ตัดสินใจซื้อ
     หลังจากนั้น จึงเฝ้ารอการเปิดตัวของเจ้า Forza 300 โฉมใหม่ เพื่อเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจกับเจ้า Xmax จนในที่สุดวีดีโอเปิดตัวคลิปแรกก็ปรากฎออกมาในช่วงต้นเดือนมีนาคม
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
     ผมนี่ตาลุกวาวเลยครับ สะดุดตาตรงวินชิลด์ปรับขึ้นลงได้ด้วยไฟฟ้า และไฟเลี้ยวฝังกระจกมองหลังแบบรถยนต์ จึงตังตารอการเปิดตัวอย่างใจจดใจจ่อ แต่ก็แอบกังวลเรื่องราคา เพราะคิดไว้ว่า ถ้าราคาเกิน 172,000 บาท ก็จะไปคบเจ้า Xmax แต่พอราคาเปิดตัวมาแค่ 169,000 บาท โอ้โหแพงกว่าแค่พันเดียว น่าสนขึ้นไปอีก พอถึงงานมอเตอร์โชว์วันแรก 28 มีนาคม ผมรีบพาสก๊อยไปดูตัวจริง ครั้งแรกที่เห็นเจ้า Forza สีขาว-น้ำเงิน อยู่บนแท่น รู้สึกถูกชะตาเป็นอย่างมาก 

     ผมจึงเป่าหู หว่านล้อม โน้มน้าวสก๊อยด้วยเหตุผลต่างๆนาๆจนในที่สุดก็ยอมอนุมัติ วางเงินจองไป 1,000 บาท เซลล์บอกล็อกแรกส่งมอบวันที่ 4 เมษายน ผมก็ตั้งตารอคอย วันที่ 4 ผ่านไป วันที่ 5 ผ่านไป วันที่ 6ทนไม่ไหวแล้ววว โทรไปถามร้าน ร้านบอกว่าเข้ามารับรถได้เลยค่ะ กรรม นี่ถ้าไม่โทรตามก็คงไม่ได้ -_-” ผมจึงรีบบึ่งไปร้านทันที

ทำไมมันหล่อจัง ทำไมมันหล่อกว่าชาวบ้านเขา 555

ครั้งแรกก็จะทุลักทุเลหน่อย

ขอแอคซักช็อต

     เอาล่ะครับร่ายมายาว มาเริ่มกันเลยดีกว่า สำหรับเจ้า Forza 300 โฉมใหม่นี้ ถูกออกแบบมาให้มีการเน้นเส้นสายที่ดูมีความคมชัดมีสันมีเหลี่ยมมากกว่าโมเดลเดิมแบบหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ก็ไม่ได้ถือว่าออกแบบใหม่ซะทีเดียว เพราะว่าไปขัดเกลามาจากเจ้า Forza125 ในยุโรป ซึ่งวางจำหน่ายมาหลายปีแล้ว แต่ทำหน้าตาออกมาแบบนี้ก็พอให้อภัยได้ ลองดูครับว่าคล้ายกันมั้ย

Forza 125

Forza 300

     สำหรับประเทศไทยมีจำหน่าย 3 สีด้วยกันคือ

ขาว-น้ำเงิน

ดำ-เทา

เทา

     ซึ่งผมรู้สึกว่ามีสีให้เลือกน้อยไปหน่อย และแต่ละสีก็ไม่ค่อยโดนใจ แต่ถ้าให้เลือกก็ตัดสินใยเลือกสีขาว-น้ำเงิน เพราะคิดว่าดูภูมิฐานดี และสวนเด่นมาแต่ไกล

     ระบบไฟเป็น LED ทั้งคันตามสมัยนิยม ในส่วนของด้านหน้า ชุดไฟหน้า มีความแอบคล้ายเจ้า Honda PCX โฉมแรก และไฟ Day Time มีความแอบคล้ายเจ้า Honda PCX โฉมใหม่ล่าสุดอยู่เหมือนกัน แต่ไฟของเจ้า Forza จะเป็นเส้นแฉกๆทำให้ดูอลังการกว่า
     
ชุดไฟท้าย แทบจะเหมือนกับเจ้า PCX โฉมใหม่เลยทีเดียว จะต่างกันตรงที่เจ้า Forza จะมีไฟเชื่อมระหว่างไฟเส้นบนและไฟเส้นล่าง และมีชุดไฟเลี้ยวอยู่ด้านบน ส่วน PCX มีชุดไฟเลี้ยวอยู่ด้านล่าง

มิติของตัวรถนั้นเล็กกว่าโฉมเดิมทุกสัดส่วน ระยะฐานล้อสั้นลงจาก 1,546 มม. เหลือ 1,510 มม.เบาะสูงขึ้นกว่าเดิมมากจาก 716 มม. เป็น 780 มม. ซึ่งทำให้ผมซึ่งสูง 168 ซม. จะเหยียบถึงพื้นเพียงครึ่งเท้าเท่านั้น กระจกมองหลังเป็นแบบฝังติดกับตัวรถ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเป็นเสน่ห์ของบิ้กสกูตเตอร์ ซึ่งทำให้รถดูหรูหรามากขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจเลือกเจ้านี่


กระจกนั้นสามารถพับเก็บได้ โดยใช้มือดัน ซึ่งถ้าเป็นไฟฟ้าด้วยคงจะดีมาก แต่นั่นก็จะทำให้ราคาพุ่งขึ้นไปอีก ยอมใช้มือก็ได้ แหะๆ


การสตาร์ทเครื่องยนต์ใช้ระบบ สมาร์ทคีย์ (แบบไม่ต้องเสียบกุญแจเข้ากับเบ้า แต่สตาร์ทได้เลยถ้าพกกุญแจอยู่ในรัศมีการทำงาน) ตามสมัยนิยม หน้าตาของกุญแจก็จะเป็นแบบนี้ครับ 

ปุมล่างจะเป็นปุ่ม เปิด-ปิดสัญญาณกุญแจ
ปุ่มกลางจะเป็นปุ่มเปิด-ปิดเสียงสัญญานกันขโมย
ปุ่มบนจะเป็นปุ่มเรียกหารถ โดยรถจะร้องขึ้นมาและมีไฟกระพริบหนึ่งครั้ง


หน้าตาของชุดควบคุม โดยผมสังเกตุว่าตัวอักษรมันดูลางๆเหมือนรถเก่ายังไงไม่รู้ การใช้งานเพียงเราพกกุญแจติดตัวไว้ ให้กดมือบิดลงไปหนึ่งครั้งจะมีไฟสีฟ้าสว่างขึ้น 
-บิดไปที่รูปตัว i จะเปิดการทำงานของระบบไฟฟ้า เข็มเรือนไมล์จะกวาด ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟที่กระจก จะติดขึ้นมา
-บิดไปที่คำว่า seat/fuel จะเป็นตำแหน่งเปิดฝาถังน้ำมันและเปิดเบาะ โดยจะต้องกดที่ปุ่มด้านขวามืออีกครั้งนึง
-บิดไปที่รูปกุญแจจะเป็นการล็อกคอรถ

เบาะนั้นแคบกว่าโฉมเก่า แต่ก็นั่งได้เต็มก้น ตรงส่วนนี้ผมคิดว่ามีข้อดีคือขาเราจะไม่กาง ทำให้สามารถเอาขาลงเหยียบพื้นได้สะดวกขึ้น ในส่วนของเบาะหลังจากการสอบถามสก๊อย ก็บอกว่าเวลานั่งแล้วไม่รู้สึกว่าขากางมาก


เบาะส่วนของคนขี่มีส่วนเว้าเป็นพนักพิงหลังเตี้ยๆมาให้ ความรู้สึกตอนนั่งไปด้านหลังสุด จะรู้สึกว่ามั่นคงขึ้น เบาะคนซ้อนไม่ยกสูงมากเกินไป แต่เวลาสก๊อยผมซ้อน เธอบอกว่านั่งเอามือเกาะไหล่จะถนัดที่สุด 


มือจับคนซ้อนออกแบบมารูปทรงสปอร์ต ผมสังเกตุว่าจะมีเหมือนรูน็อตยึด ฝั่งละ 2 ตำแหน่ง ซึ่งอาจจะเอาไว้ติดกังชุดกล่องหลังได้โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนใส่แรคใหม่

ฝาเปิดเติมน้ำมันจะอยู่ตรงระหว่างคอนโซลและเบาะรถ ความจุ 11.5 ลิตร เท่าโฉมเก่า คาดว่าคงจะยกของเดิมมาใส่เลย

เมื่อกดเปิดฝาออกมา ฝาถังน้ำมันก็จะมีหน้าตาแบบรถบ้านๆทั่วไป Facepalm น่าจะทำแบบที่ไม่ต้องหยิบติดมือออกมา

U-box มีขนาดใหญ่โตกว้างขวาง นี่ล่ะคือจุดขายของสบิ้กสกูตเตอร์อีกอย่างนึง จุของได้เยอะ เวลาออกทริปถ้าไม่ไกลมากเผลอๆยัดสัมภาระได้หมดแทบไม่ต้องเอาของใส่เป้สะพายกันเลยทีเดียว เจ้า Forza โฉมใหม่นี้มี U-box ที่เล็กกว่าโฉมเก่าเล็กน้อยเนื่องจากตัวรถที่แคบลง โซนด้านหน้าจะมีแผ่นกันความร้อนมาให้ แต่จากการใช้งายประมาณ 30 กม. ผมลองมาจับดูก็มีอุ่นๆค่อนไปทางร้อนอยู่เหมือนกัน นี่ถ้าไม่มีแผ่นกันความร้อนคงจะร้อนกว่านี้

การเปิดเบาะเป็นระบบ Seat Stopper คือเมื่อเปิดเบาะขึ้นไปแล้ว เบาะจะไปร่วงตกลงมา ป้องกันการร่วงมาทับมือหรือศีรษะ ด้วยกลไกตัวนี้

ด้านใต้ของเบาะ มีที่เกี่ยวสมุดคู่มือ

มีแผ่นกั้นสัมภาระมาให้หนึ่งชิ้น สามารถกั้นได้ 2 ตำแหน่ง มีประโยชน์ดีครับ เวลารถวิ่งของจะได้ไม่กระเด็นมากองกัน แต่น่าเสียดายที่ไม่มีไฟส่องสว่างมาให้เหมือนคู่แข่ง

มีช่องลับอยู่ทางด้านซ้ายมือ ซึ่งเป็นที่เอาไว้เกี่ยวกับเครื่องมือประจำรถ ช่องลึกพอสมควร ตรงนี้สามารถพลิกแพลงเอาของอย่างอื่นมาใส่ได้
สำหรับหลายๆคนสงสัยมากเรื่องการใส่หมวกกันน็อคเต็มใบไว้ใน U-box ซึ่งด้านหลังสามารถใส่ได้อยู่แล้ว แต่ด้านหน้านี่สิน่าเป็นห่วง ผมได้ทดลองกับเจ้าหมวก Bilmola Defender ซึ่งหลายคนคงจะรู้ดีว่าใบใหญ่ ใส่แล้วหัวโตพอสมควร ผลปรากฎว่าใส่ได้ครับ ปิดเบาะลงไปไม่มีการติดขัดเลย หมวกไม่เป็นรอยด้วย เป็นการการันตีว่าใส่ได้จริงๆ ยกเว้นหมวกทรงโมตาดที่มีแก๊ปซึ่งไม่น่าจะใส่ได้ แต่ต้องใส่ในลักษณะหันหมวกไปด้านหน้ารถ ทั้งช่องหน้าและหลัง

ในส่วนของล้อนั้น ฮอนด้าได้ขยับไซส์ขึ้นมาให้จากโฉมเก่า
หน้า 14 หลัง 13 นิ้ว มาเป็น หน้า 15 หลัง 14 นิ้ว โดยใจปล้ำให้ยางติดรถมาเป็น Pirelli Diablo Scooter ซึ่งถือว่าจบเลบ ไม่ต้องไปเสียเงินเปลี่ยนใหม่

ล้อหน้าใส่ยางไซส์ 120/70-15
ส่วนล้อหลังไซส์ 140/70-14

เป็นยาง Made in Brazil ผลิตล็อต 4317 ถือว่าเก่าไปหน่อย

ระบบเบรคเป็นดิสเบรคมี ABS ทั้งล้อหน้าและหลัง ที่สำคัญมีระบบแทรคชั่นคอนโทรลมาให้ไม่น้อยหน้าคู่แข่ง

การออกแบบท่อ ถือว่าเข้ากับรถดี ไม่ดูโบราณเกินไป

โช็คหน้าเป็นแบบเทเลสโคปิค ขนาด 33 มม.หารใช้งานถือว่านุ่มนวลในระดับนึง โช็คหลังเป็นแบบคู่ซึ่งออกแบบเยื้องโช็คมาให้เลย ไม่ตั้งตรง 90 องศาเหมือนโฉมเก่า

สามารถปรับความนุ่มแข็งได้ 5 ระดับ โดยใช้อุปกรณ์ในถุงเครื่องมือติดรถ โดยโรงงานตั้งมาให้ที่ระดับ 3 ซึ่งผมคิดว่ามันยังกระด้างอยู่พอสมควร ไว้มีเวลาจะลองปรับดู

ในส่วนของเครื่องยนต์ เป็นข้อที่ผมเซ็งอยู่เหมือนกัน เนื่องจากพี่ฮอนเลือกที่จะใช้เครื่องยนต์ลูกเดิมขนาด 279 ซีซี จากโฉมเก่า แต่ยังดีที่ไม่ได้ยกมาใส่แบบดื้อๆ ได้มีการปรับจูนมาใหม่ เซ็ตอัตรากดเกียร์ใหม่ ทำให้ได้แรงม้าเพิ่มขึ้นนิดเดียวแต่มาที่รอบไวขึ้น ส่วนแรงบิดเพิ่มขึ้นแต่สูงสุดที่รอบเท่าเดิม
24.5 แรงม้า ที่ 8,250 รอบ/นาที และแรงบิด 25.7 นิวตัน-เมตร ที่ 6,000 รอบ/นาที เป็น
24.8 แรงม้า ที่ 7,000 รอบ/นาที และแรงบิด 27.2 นิวตัน-เมตร ที่ 6,000 รอบ/นาที
หน้าตาของชุดขับเคลื่อนและกรองอากาศก็ยังเหมือนเดิม

สิ่งที่มีการเปลี่ยนอีกอย่างนึงคือหม้อน้ำ ได้ย้ายจากด้านหน้ารถ มาอยู่ตรงช่วงกลางรถ ระหว่างถังน้ำมันและเครื่องยนต์ ซึ่งทางวิศวะกรบอกว่าจะทำให้การระบายความร้อนดีขึ้น

บังโคลนด้านหลังน่าจะมีบังโคลนตรงซุ้มล้อให้อีกชั้นนึง ดูจากการใช้งาน โคลนกระจายเต็มเลยครับ น่าจะทำความสะอาดยาก

ช่องเก็บของด้านหน้ารถ มีมาให้ข้างเดียว คือฝังซ้าย ตอนแรกผมก็แอบเซ็งว่าทำไมไม่ให้มา2ข้าง แต่พอเปิดออกมาพิจารณาถึงความลึกและความใหญ่ก็พอให้อภัยได้ ช่องมีความลึกมากสามารถใส่ขวดน้ำขนาด 7 บาทได้สบายๆ ใส่ได้ยันขวดเบียร์ 1 ขวด แบบไม่คับ ใส่พาวเวอร์แบงค์ Eloop E14 ขนาด 20,000  แอมป์ยังได้ ถือถือว่าเอนกประสงค์มาก

มีช่องจายไฟขนาด 12V 2A มาให้ ซึ่งถ้าจะชาร์ตโทรศัพท์ต้องซื้อหัวแเปลงเป็น usb มาเสียบอีกที และยังมีถาดวางโทรศัพท์แบ่งเป็นสัดส่วนให้ด้วย

ลืมบอกไปนิดนึงว่าช่องเปิดฝาหม้อน้ำจะอยู่ใต้ที่วางเท้าฝั่งขวามือ โดยต้องดึงแผ่นยางกันเปื้อนขึ้นมา และงัดฝาเปิดสี่เหลี่ยมออก

ประกับแฮนด์ฝั่งซ้ายมือมีสวิตต่างๆดังนี้ครับ
-ซ้ายบน สวิตปรับไฟสูง และไฟ pass ไฟสูงกระพริบ
-ขวาบนเป็นสวิตปรับชิลด์ขึ้น-ลง สามารถเลือกระยพได้ตามใจชอบ ไม่ใช่แค่ขึ้นสุดลงสุดและปรับขณะขับขี่ได้เลย
-info A ไว้ปรับฟังชั่นที่เรือนไมล์
-สวิตแตรรถ
-สวิตไฟเลี้ยว
-info B Wไว้ปรับฟังชั่นที่เรือนไมล์เช่นกัน


มีสวิตเปิด-ปิดแทรคชั่นคอนโทรลอยู่ที่ด้านหลังของประกับแฮนด์ซ้าย

ประกับแฮนด์ฝั่งขวามีสวิตดังนี้ครับ
-บนสวิตเปิด-ปิดเครื่องยนต์
-กลางสวิตเปิดไฟฉุกเฉิน
-ล่างสวิตสตาร์ทเครื่องยนต์

ชิลด์บังลมค่อนข้างบาง แต่ไม่หลอกตาเวลาขับขี่ สิ่งที่ผมไม่ชอบอย่างนึงคือมันจะสั่นมาก เวลาขี่จะกระพือตลอดเวลา แต่อย่างน้อยไม่มีเสียงก๊อกๆแก๊กๆมารบกวนก็ยีงพอทำใจได้ ไฟสีส้มที่กระจกจะติดอยูทตลอดเวลาที่เราขับขี่ ซึ่งผมชอบตรงจุดนี้ มันทำให้ดูหรูหราขึ้นมาอีก555 ส่วนเวลาเราเปิดเลี้ยวฝั่งไหน ไฟที่กระจกฝั่งนั้นก็จะกระพริบ ส่วนไฟอีกฝั่งก็จะติดค้างอยู่เหมือนเดิม

มาต่อกันในส่วนของเรือนไมล์ จุดนี้ก็เป็นอีกจุดที่ทำให้ผมตัดสินใจเลือกเจ้านี่ เรือนไมล์ออกแบบมาได้ดูสวยงาม ทันสมัยมาก มีฟังชั่นต่างๆครบครันแบบรถยนต์กันเลยทีเดียว

เวลากลางคืนครับ

ฟังชั่นต่างๆกดได้ที่สวิตที่ประกับแฮนซ้าย มีฟังชั่นต่างๆดังนี้
-บนสุด เป็นนาฬิกา
-แถบบนซ้าย เกจน้ำมัน
-แบบบนขวา เกจความร้อนเครื่องยนต์
-ช่องบน บอกทริป A,B อัตรากินน้ำมันเฉลี่ยเป็น km/L ช่องนี้ปรับได้ด้วยปุ่ม info A
-ช่องกลาง บอกอัตรากินน้ำมันแบบ real time
ช่องล่าง บอกอุณหภูมิภายนอกรถ และวัดโวลด์แบตเตอรี่

-Elapsed บอกเวลาการขับขี่ทั้งหมดตั้งแต่เราสตาร์ทรถในครั้งนั้นๆ

-total บอกระยะทางขับขี่รวมทั้งหมด

-range บอกระยะทางที่รถสามารถไปได้กับน้ำมันที่เหลือ

มีไฟแสดงสถานะต่างๆ เช่น abs เครื่องยนต์ แทรคชั่นคอนโทรล ไฟเตือนเข้าบำรุงรักษา อยู่ด้านล่าง

ที่พักเท้าคนซ้อน ทำออกมาได้แข็งแรงดีครับ กางออกพับเก็บง่าย

ขาตั้งด้านข้างมีติ่งยื่นออกมาให้เกี่ยวได้ง่ายเวลาจะตั้งขาตั้งจอดรถ

ขาตั้งคู่ใหญ่โตแข็งแรงดีครับ ที่สำคัญตั้งง่ายมาก ตอนแรกผมคิดว่าจะยาก แต่พอรู้หลักแล้วก็ยกขึ้นได้ง่ายๆ

ต่อมาในเรื่องความสว่างของไฟหน้า สว่างดีมากเลยครับ

แต่ขอติเรื่องไฟสูง ไม่ค่อยต่างจากไฟต่ำเท่าไหร่

ต่อไปเป็นสรุปข้อดีและข้อเสียของเจ้า Forza ใหม่ จากความคิดเห็นส่วนตัวของผมเท่านั้นนะครับ
-ข้อดี
1.วินชิลด์ปรับขึ้นลงด้วยไฟฟ้าให้ความทันสมัยและสะดวกสบายมากครับ ปรับขึ้นลงตอนขี่อยู่ได้เลย
2.กระจกมองหลังแบบยึดติดกับตัวรถ พร้อมไฟเลี้ยวฝังในตัว ให้ความหรูหรามากครับ มุมมองกระจกชัดเจนดีมาก
3.เรือนไมล์ออกแบบมาสวยงาม มีฟังชั่นครบครัน
4.ระบบดิสเบรค abs พร้อม  แทรคชั่นคอนโทรล ให้ความมั่นใจในการขับขี่บนถนนเปียกลื่นดีครับ
5.การควบคุมรถง่ายดีมากครับ ผมขี่zoomer-xมาก่อน พอมาจับคันนี้รู้สึกต่างกันนิดเดียว การพลิกรถ การหักเลี้ยวไม่ยากเลยครับ ตอนมุดรถติด เอียงรถนิดหน่อยก็ไม่รู้สึกว่าหนักมาก
6.รถนิ่งมากครับ ผมลองขี่ด้วยความเร็ว 120 km/h ที่เส้นบางนาตราด มีลมมาปะทะแรงพอสมควร ตัวรถยังนิ่งดี
7.ยางติดรถหนึบมากครับ ให้ความมั่นใจในการขับขี่มากครับ ผมขี่ตัดร่องน้ำ ฝาท่อ ก็ยังนิ่ง
8.ช่องเก็บของด้านหน้า ถึงจะให้มาข้างเดียว แต่ก็ลึกมาก ทดแทนการมี2ช่องแต่ครึ่งๆกลางๆได้

-ข้อเสีย
1.ชิลด์หน้าบาง กระพือตลอดเวลาที่ขับขี่ การใช้งานจริงต้องปรับที่ตำแหน่งสูงสุด ผมลองปรับลงมาหลายๆระดับ เหมือนว่าชิลด์จะตัดลมส่งเข้ามาที่หน้าแรงมาก  สุดท้ายก็ต้องปรับสูงสุด ลมถึงจะเลยขึ้นหัวไป
2.โช็คหลังมีเสียงดังเวลายุบตัว ไม่ว่าจะนั่งคนเดียวหรือมีคนซ้อน และถ้านั่งคนเดียวโช็คจะกระด้างมาก สะเทือนยันตับไตกันเลยทีเดียว
3.น่าจะมีบังโคลนตรงซุ้มล้อหลังให้อีกชิ้น น่าจะลดการกระเด็นของโคลนเข้าห้องเครื่องได้อีกเยอะครับ
4.กุญแจให้มาแค่ดอกเดียว ถ้าอยากได้อีกต้องซื้อเพิ่ม ทำไมงกจังคับพี่ฮอน
5.เครื่องยนต์ลูกเดิม ซีซีก็ไม่เต็ม แค่ 279 ซีซี ขาดอีกตั้ง 21 ซีซีแน่ะ ถ้าให้เครื่องบล็อกใหม่มาจะดีมากเลย

เท่าที่ผมนึกออกตอนนี้ก็มีเท่านี้ครับ ผมขอจบรีวิวไว้เพียงเท่านี้ครับ หวังว่าคงจะมีประโยชน์ในการประกอบการตัดสินใจของเพื่อนๆนะครับ ขอบคุณครับ

ขอบคุณสมาชิกหมายเลข 801593 จาก pantip มา ณ ที่นี้ด้วยครับ ที่อนุเคราะห์ให้นำบทความมาลงบนเว็ปไซต์ www.just-ride-it.com 

ลิ้งค์ต้นฉบับ https://pantip.com/topic/37549380

Comments

comments

SHARE :)