ปู่ชวนหลาน คลานไปเที่ยว EP2 ย่องไปส่องบอลลูนนานาชาติ@หาดใหญ่

ปู่ชวนหลาน คลานไปเที่ยว EP2 ย่องไปส่องบอลลูนนานาชาติ@หาดใหญ่


สวัสดีจ้าพ่อแม่พี่น้องงง EP2 ของซีรีส์ ปู่ชวนหลาน คลานไปเที่ยว มาแล้วจ้าาา

EP ที่แล้ว http://www.just-ride-it.com/oldman-tour-ep1/

อาจารย์ปู่ดูจะยังไม่สาแก่ใจวัยรุ่น ยังคงคอยครุ่นคิด ถึงอะไรที่ผลาดแผลง ด้วยเรี่ยวแรงวัย 72 ขวบ ประจวบเหมาะช่วงนี้มีฝนตกพรำๆ

เย็นย่ำวันหนึ่งอาจารย์ปู่ก็ส่งรูปมาให้ทางไลน์ เป็นรูปที่แคปหน้าจอจากเฟสบุ้คมาให้รูปนึง พร้อมทั้งพิมพ์คำชวนเจ้าหลานตัวดี

ตือดึ๊ง(เสียงไลน์มันดังหน่ะครับท่านผู้อ่าน) : “ไปดูบอลลูนที่หาดใหญ่กันมั้ย”

การเดินทางท่องเที่ยวของคนสองวัย ใจเดียวกัน จะมีอะไรให้ลุ้นและติดตาม  TopsaVage ก็ขอน้อมนำเสนอ ณ บัดดี้………

แฟนๆที่รักทั้งหลายโปรดจับจองพื้นที่ จะปูเสื่อนั่งอ่าน หรือนอนอ่าน ก็ตามแต่สะดวกเน้อออ

ปล. และเนื่องจากเดินทางกันหลายวัน ทั้งภาพและเรื่องราว ดูจะยาวครัน TopsaVage จึงขอตัดแบ่งเนื้อเรื่องแยกออกจากกันเป็นส่วนไป


ออกศึกครานี้ ดูทรงจะเป็นศึกยืดเยื้อติดพัน ระยะทางก็น่าจะเกินพันหลัก จะดื้อดึงพาพี่ใหญ่ในบ้าน CB160 ไปย่ำยีก็กระไรอยู่

เจ้าหลานและทีมงาน Just-Ride-it ก็เลยมองหารถ ที่ขนาดน้ำหนักกำลังดี ทำความเร็วแซงหนีรถบรรทุกได้ พร้อมทั้งยังต้องรับประทานน้ำมันในระดับกิโลเมตรละไม่เกิน สี่สลึง หรือ หนึ่งบาท

มองไป มองมา หน้าที่จึงตกเป็นของม้างานหุ่นสะโอดสะอง สองคันนี้แหละ

(EP นี้จะยังไม่เจาะลึกลงไปในตัวรถมากนัก กะว่าจะ Full Review ให้อ่านกันเต็มที่บทความหน้านะจ๊ะ ขอติดไว้ก่อน)


ขอขอบคุณ ไทยซูซูกิ มอเตอร์ ที่เอื้อเฟื้อรถทดสอบทั้งสองคันไว้ ณ ที่นี้ด้วยจ้า https://www.thaisuzuki.co.th/

เตรียมตัวเดินทางกันโลดดดดด

ตรวจสอบความพร้อมตัวรถ ไฟส่องสว่างหน้าหลัง ไฟเลี้ยว เสียงแตร ลมยาง ความตึงโซ่ น้ำมันในถัง กระเป๋าสตางค์

สัมภาระทั้งเสื้อผ้า กล้องถ่ายรูปก็อัดรวมลงไปในกระเป๋ากันน้ำEQUINOXใบเขื่อง 40ลิตร ระหว่างทางใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายไปก่อนละกัน

ฟ้าฝนทางปักษ์ใต้เค้าขึ้นชื่ออยู่ไม่หยอก แดดออกเดี๋ยวเดียว เปลี่ยนเป็นฟ้าครึ้มฝนโครมกันได้ในไม่กี่อึดใจเท่านั้นแหละ

สายหมอบ GSX-R ยกให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหลาน

ของอาจารย์ปู่ขอกุมบังเหียน GSX-S มีแฮนด์บาร์  ท่านั่งกำลังดี

และตามสไตล์ส่วนตัว อาจารย์ปู่ก็ได้ดัดแปลง เอาตะแกรงปิ้งปลา พร้อมแผ่นพลาสติคฟิวเจอร์บอร์ดที่เหลืออยู่ในบ้าน มาทำแผงกันลมเสียหน่อย
ความโก้อาจไม่มาก แต่หากเจอทั้งลม ทั้งฝน อาจารย์สบายตัวกว่าอิท๊อปเยอะ เม่าฝนตก

เส้นสตาร์ทก็เริ่มที่ อาศรมบางซ่อน ซอกซอนไปนครอินทร์ จนถึงวงเวียนพระรามห้า เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ถนนราชพฤกษ์ แวะเติมน้ำมันกันให้เต็มถัง

จากนั้นก็มุ่งหน้า ถนนกัลปพฤกษ์ ทะลุออก ถนนกาญจนาภิเษก เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนราวแปดโมง รถราขวักไขว่ ชิหัยเลี้ยว อาจารย์ปู่หาย  เม่าตกใจ

ก็ชะเง้อ ชะแง้ ถ้าเจ้าท๊อปกลายร่างเป็นลูกวัวหลงแม่ซะตอนนี้ คงดูน่าขันเต็มที แลซ้ายที ขวาที ไหนอาจารย์ปู่หว่าาา

จึงค่อยๆ ยะๆย่องๆ จนมาโผล่ถนนกาญจนาภิเษก จอดรถโทรหาอาจารย์ดูดีกว่า

ตรู้ดดดด ตรู้ดดดดดดด
อาจารย์ปู่ : อ้าวว ท๊อป ถึงไหนแล้ววววว

TopsaVage : อ่าาา แฮ่มมม ผมเพิ่งโผล่มาถึงถนนกาญจนาภิเษกครับ อาจารย์ถึงไหนแล้วครับ

อาจารย์ปู่ : เรารูดยาวมาถึงพระรามสองแล้วเน้ออ เดี๋ยวเราจอดรอข้างทางเน้อออ รีบมาๆ

แว๊กกกก หูตาตั้งสิครับท่าน เม่าแพนิค

พอเจอกันอีกที คราวนี้เจ้าหลานจะไม่ยอมพลาด อาจารย์นำเลยครับ เดี๋ยวผมตามหลังเอง เพี้ยนเพลีย

ลัดเลาะถนนพระรามสอง ธนบุรีปากท่อ ห้อยาวมาจนถึงแยกวังมะนาว ก็ซัดยาวๆ ย๊าววว ยาวววววว กันมาจนถึง “บางสะพาน” เต่าเอือม

เอิ้กกก อาจารย์ฟิตจัด กดรวดเดียว 300 กว่ากิโลเลยวุ้ยย

ความเร็วก็พอประมาณ 100 – 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพี้ยนแว๊น

พุงชักร้องโครกคราก พยาธิเริ่มดิ้นขลุกขลัก ได้เวลาพักให้น้ำและอาหารกันแล้ว ก็จัดกันง่ายๆ ร้านข้าวริมทางถนนสายนี้เพียบ

อิ่มพุงแล้วก็ออกเดินทางกันต่อ ถึงตรงหน้าศาลพ่อตาหินช้างแถวท่าแซะ ชุมพร ก็แวะถ่ายรูปเล่นกันเสียหน่อย

ผลิตภัณฑ์สำคัญของย่านนี้ก็คือ กล้วยเล็บมือนาง มีขายทั้งแบบเป็นเครือหรือเป็นหวี รึจะเอาแบบแปรรูปเป็นกล้วยตากแล้วก็มี

ขับรถ ขี่รถลงใต้คราใด เป็นต้องเห็นกล้วยเล็บมือนางขายที่บริเวณนี้ตลอด ถ้าใครได้จอดรถลงมาเดินเล่นและมีสัมผัสทางนาสิกปกติ ไม่ได้เป็นหวัดละก็ จะต้องได้กลิ่นหอมหวลของกล้วยเล็บมือนางนี้แน่นอน

————————————————————————————————————
อาจารย์ก็เล่าว่าสมัยก่อนนู้นนน สมัยนั้นกล้วยเล็บมือนางนี่ขายกันหวีละ 2 บาท(เมื่อซักสี่สิบปีเอง)

ตอนนั้นก็มาขี่รถเที่ยวกับนักขี่รถจากญี่ปุ่น ซึ่งชาวญี่ปุ่นทั้งหลายนี่เค้าไม่เคยเห็นไม่เคยลิ้มรสกล้วยเล็บมือนางกันมาก่อน
ก็คงจะเห็นเป็นของแปลกกว่ากล้วยหอมที่เคยกินกันมา คนแรกลองชิม ก็ลามไปแบ่งเพื่อนกินบ้าง เลยเกิดเป็นมหกรรมกินกล้วยกันขนานใหญ่

บางคนกินแล้วเกิดติดใจ เอาเงินให้อาจารย์ 100 บาท บางคนเกทับมา 200 บาท บอกให้ช่วยซื้อกล้วยให้เขาคนละหวี (ตอนนั้นราคากล้วยหอมที่ญี่ปุ่น 3 ลูก 100 บาท)

อาจารย์เลยเกทับกลับไป บอกคณะขี่รถชาวญี่ปุ่นทั้ง 25 คนไปว่า เดี๋ยวผมเลี้ยงกล้วยวิเศษนี้เอง พวกท่านไม่ต้องวอรี่

แล้วก็จัดชุดใหญ่ให้เลย 2เครือ พินาศสิ้นไป 40 บาท

แบ่งให้คนละหวี บางคนเสียดายไม่อยากกินให้หมดเสียเดี๋ยวนั้น ก็เลยแขวนไว้ที่แฮนด์รถ รุงรังลงใต้ไปกันยาวๆ 5555+

————————————————————————————————————
มีการตีเส้นที่ข้างทางอย่างเป็นระเบียบ จะจอดซื้ออย่างไรก็ดูเรื่องความปลอดภัยกันด้วยนะจ๊ะ


สภาพถนนหนทางก็เรียบดี ไม่ค่อยเจอหลุมบ่อแบบแต่ก่อน บรรยากาศสองข้างทางก็เขียวครึ้ม ชื่นตาชุ่มใจดี มีอุโมงค์ต้นไม้เป็นระยะ

แถมวันนี้แดดก็ไม่ค่อยแผดแสงแรงกล้าเท่าไหร่นัก

จากนั้นก็ลันล๊า ค่อยคลาน ผ่านหลักกิโลไปเรื่อย ชุมพร สุราษฏร์ธานี จนมาลงเอยที่ อำเภอ ทุ่งสง นครศรีธรรมราช

มองนาฬิกาก็ล่วงเข้า ห้าโมงเย็นแล้ว มิได้การ ถึงเวลาน้ำชาตรานักเลงของอาจารย์แล้วนี่หว่า

สรุปวันแรกนี้ก็รูดมหาราชมาได้ถึง 850 กิโลเมตรเข้าไปแล้ว

อุตส่าห์แพคของเตรียมตั้งรับฝนใต้มาเสียอย่างดี แต่พระพิรุณวันนี้คงไม่ค่อยอยากทำงานเท่าไหร่ โปรยชุดเล็กมาต้อนรับหน่อยเดียวเท่านั้นแถว อำเภอเวียงสระ

หลังจากแวะพัก อาบน้ำ ผลัดผ้ากันเรียบร้อย ก็ออกร่อนไปหาของกินพร้อมน้ำชาตรานักเลงกันในตัวอำเภอ ทุ่งสง
สองคนปู่หลาน กินง่ายอยู่ง่าย ผัดคะน้าหมูกรอบ ไข่เจียว ข้าวเปล่าคนละจาน ก็อิ่มจนตาปรือแล้ว


รุ่งเช้า หลังจากที่เมื่อวานคลานเพลิน ทำระยะกันได้ 850 กิโลเมตร มาแล้วนั้น วันนี้ก็เลยกลายเป็นงานสบายไปเลย

เปิดทีวีดูข่าวช่วงเช้า มีข่าวงานบอลลูนที่เรากำลังจะเดินทางไปชมด้วย

เราเก็บของ แพคของขึ้นรถ แล้วรีเช็กภายในห้องพักอีกครั้งว่าไม่ลืมสิ่งใดไว้ ราวๆแปดโมง หลังจากไหว้ครูแปดทิศ โอ้เอ้กันพองาม ก็ได้ฤกษ์ออกเดินทางกันต่อ

เป้าหมายระยะทางวันนี้ก็เหลือแค่ 200 กิโลเมตรนิดหน่อย วุ้ย ยังงี้ต้องหาเรื่องแวะตามทางแล้วล่ะ

ออกตัวกันมาได้นิดหน่อย นึกขึ้นได้ เอ้อออ อาจารย์ปู่ยังไม่ได้กินมื้อเช้านี่หว่า ก็พอดีเหลือบไปเห็นเพิงขายอาหารข้างทาง ก็พยักเพยิดสบตากันปิ๊งๆ จอดโลด

บรรยากาศบนโต๊ะร้านอาหารปักษ์ใต้ทั่วไปก็ประมาณนี้ ใครสายผักก็คงรักเลย ผักเพียบบบบ

อาจารย์จิ้มเลือกเมนูแกงเขียวหวาน กับต้มผักกาดดอง

ของเจ้าท๊อปเป็นอาหารเบาๆมื้อเช้าของชาวใต้ หนมจีน แกงเผ็ด ซึ่งแกงเผ็ดของนครศรีธรรมราชร้านนี้จะต่างกับที่พัทลุงอยู่หน่อย ตรงที่แกงเผ็ดของย่านนี้จะใส่กะทิไปด้วย ของพัทลุงจะเป็นน้ำแกงเผ็ดไม่ใส่กะทิ เวลาตักแกงจะใช้ช้อนตักแกงลงไปกวนๆ วนๆ ให้เนื้อปลาข้างล่างที่นอนก้นอยู่ลอยขึ้นมา ส่วนถ้าใครชอบกินรสไม่จัดก็เลือกตักน้ำใสๆด้านบน

(แหะๆ ด้วยความหน้ามืด ยับไปเกือบครึ่งชามแล้ว นึกขึ้นได้ ยังไม่ถ่ายรูปมาเล่าให้พี่น้องได้เห็นเป็นพยานเลยนี่หว่า)

อิ่มดีแล้วก็คลานกันต่อ ช่วงนี้เจ้าท๊อปถือว่าเป็นเจ้าถิ่นเต็มตัว ก็เลยขอนำหน้าอาจารย์ปู่บ้าง

ยะๆย่างๆกันมาจนถึงปากทางเข้าอำเภอ เขาชัยสน เขตจังหวัดพัทลุง ด้วยเวลาวันนี้เหลือเฟือก็เลยนึกสนุก พาอาจารย์เลี้ยวเข้าไปชมบ่อน้ำพุร้อน กับถ้ำน้ำเย็นของดีพัทลุงเสียหน่อย จากถนนใหญ่สายเอเชีย เลี้ยวเข้าไปบ่อน้ำพุร้อน ระยะทางไป-กลับก็ราว 10 กิโลเมตรนิดหน่อย สบายยย

และมีจุดที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไป เอาเท้าแช่น้ำร้อนแก้เมื่อยได้ด้วย เจ้าท๊อปก็กะว่า เมื่อวานซัดกันมาขนาดนั้น แวะเอาเท้าจุ่มน้ำสัก 10 นาทีคงเข้าที

เลี้ยวปร๊าดเข้าไป เห็นป้ายแว๊บๆข้างหน้าว่า “บ่อแช่เท้าปิดปรับปรุง”  กร๊ากกกกกก เม่าในกองไฟ
(แต่หากถ้าจะลงแช่ทั้งตัว เค้าก็ยังเปิดให้บริการนะ)

เอาหน่ะ มาแล้วก็อย่าเสียที มันต้องได้โดนน้ำร้อนซักหน่อยเถอะน่าาา
ไม่ได้จุ่ม ขอไปเดินดูหน่อยละกัน น้ำร้อนที่นี่ไม่มีกลิ่นกำมะถัน

ประโยชน์ของการแช่น้ำแร่ร้อน ที่อุณหภูมิ 38 – 40 องศา เป็นเวลา 10-15 นาที

ทำให้เลือดในร่างกายไหลเวียนดี  ช่วยเรื่องความดันเลือด
ทำความสะอาดผิวหนัง ความร้อนจะทำให้เหงื่อออก ขับสิ่งที่อุดตันใต้ผิวหนัง ให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส
บรรเทาอาการปวดเมื่อย
บรรเทาอาการโรคไขข้อและกระดูก
ระบบเผาผลาญดีขึ้น
ทำให้สดชื่น กระปรี้กะเปร่า
ลดความเครียด
ช่วยให้เส้นเลือดขยาย ทำให้เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงเซลส์ต่างๆของร่างกายได้ดีขึ้น

มีข้อดีก็ต้องมีข้อควรระวังเป็นธรรมดาโลก
การแช่น้ำร้อนนานเกินไปจะมีผลเสียต่อร่างกาย โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีไข้ มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ใกล้ๆกันก็มียาสมุนไพรขาย ห่อละ 20 บาทเท่านั้น
แต่เจ้าท๊อปเกรงว่าถ้าตนเองซื้อมาบริโภคแล้ว เกิดกล้า ซ่ากับแฟนขึ้นมา ชีวิตจะหาไม่ 5555+ เม่าบาดเจ็บ

อย่างที่บอกว่าวันนี้เวลาเหลือเยอะ แวะจิบกาแฟซักแก้วเถอะ

บรรยากาศธารน้ำเย็น

พักจนได้ที่ ก็ออกเดินทางกันต่อ อาจารย์ปู่กับผมใจตรงกันเรื่องนี้ เวลาแวะพัก เราไม่ชอบพักกันนาน มันจะพาลขี้เกียจไปต่อ ถ่ายรูป ชมวิว ชั่วเวลาแค่ตำหมาก ก็พร้อมไปกันต่อแล้ว

ก็มุ่งหน้ากันตามเส้นทางเดิม มุ่งหน้าอำเภอหาดใหญ่ แต่พ้นจากปากทางเขาชัยสนมาแป๊บนึง เจ้าท๊อปก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างของเส้นทาง

เอ้ะ ทางข้างหน้าตรงนั้นแต่เดิมมันต้องเป็นโค้งตัวเอสนี่หว่า แล้วไหงมาคราวนี้ทางมันตรงเด่ไปเลยละฟะ มันยังไงกันละนี่ แล้วนั่นใครเอา รูปปั้นตัวโนราห์ กับตัวหนังตะลุงมาตั้งละนั่น บะเริ่มเทิ่ม หันขวับไปหาอาจารย์ปู่เป็นทำนองถาม จอดมั้ยครับ?

หากท่านสังเกตในภาพ ด้านหลังรูปปั้น จะเห็นขอบรั้วแนวถนนเส้นเก่า ที่มีต้นไม้รกๆนั่นแหละ ตรงนี้เรียกกันว่า บ้านหัวหรั่ง แต่ก่อนจะเป็นโค้งซ้ายขวาต่อเนื่องกัน จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อย ทางการเลยจัดการแก้ถนนเป็นเส้นตรงเสียเลย

ก็ผ่านอำเภอ แม่ขรี ตะโหมด มาตามลำดับ จนมาถึงอำเภอ ป่าบอน บ้านป่าบาก ความทรงจำเมื่อครั้งวัยเยาว์ก็แล่นเข้ามาปะทะพร้อมวิวข้างทาง

แต่ก่อนบ้านเจ้าท๊อปเคยค้าขายสับปะรด ที่บ้านก็ต้องขับรถจากตัวอำเภอเมืองพัทลุง มาจนถึงบ้านป่าบากนี่แหละ แล้วเมื่อก่อนถนนมันก็เป็นแค่สองเลนสวนกัน ไม่ได้เป็นถนนสี่เลนอย่างดีเหมือนเดี๋ยวนี้ แต่บรรยากาศข้างทางของบ้านป่าบากก็คล้ายๆเมื่อก่อน คือมีเพิงข้างทางเรียงกันเป็นแถว ขายสับปะรด กองเป็นภูเขา ยังงี้แหละ ปัจจุบันมีสละขายเพิ่มมาด้วย


แหะๆ กว่าจะถึงหาดใหญ่ ก็ล่อไปหลายหน้ากระดาษแล้ว มาๆๆ ถึงหาดใหญ่กันเลย เม่าหอยทาก

นี่ ตัดฉับเดียว ถึงหน้างานเลย แต่ว่าาาา เวลาที่สองปู่หลานไปถึงหน้างานหนะ เที่ยงเป๊ง!!!

พ่อเจ้าประคู๊ณณณ งานเค้าเริ่ม สี่โมงโน่น

แฮ่ๆ ก็นี่เรามาเซอร์เวย์เส้นทางเข้าชมงานกันก่อนไงครับท่าน ด้วยว่าเจ้าท๊อปเองก็ไม่ได้เข้ามาลากเลื้อยในอำเภอหาดใหญ่นี่ก็นานโขเป็นสิบปีแล้ว

แก้เกี้ยวด้วยการเดินเตร่ไปถามวินมอเตอร์ไซค์หน้าสนามกีฬา จิระนคร

สำเนียงเสียงในฟิล์มแบบปักษ์ใต้ของแท้ ไม่มีทองแดงปนเปื้อน

TopsaVage : “พี่บ่าวครับ แถวนี้ยังโรงแรมมั่งม่ายอ่ะ”
พี่วินหล่อเข้ม : “โด้ น้องบ่าว เห็นซอยเซเว่นตรงข้ามสนามม่าย น้องขับยิงยาวเข้าไปเลย สุดซอย โรงแรมอยู่ซ้ายมือ ชื่อโรงแรม พีเค”
TopsaVage : “ขอบคุณครับพี่”

ก็สรุปว่าโรงแรม พี.เค. หาดใหญ่ โฮเต็ล ได้เป็นที่พำนักของสองปู่หลานในราตรีนี้ สนนราคาห้องแอร์ เตียงคู่ แค่ 480 บาทเท่านั้นเอง
ทำเลโรงแรมก็สะดวกดาย ปากซอยมีร้านสะดวกซื้อ ระยะห่างของโรงแรมถึงสนามกีฬาที่จัดงาน เดินก้าวยาวๆแบบเดินตามควายสัก 5 นาทีก็ถึงแล้ว เม่าดี๊ด๊า

สเตปเดิมครับท่าน โยนของเก็บในห้อง อาบน้ำ เปลี่ยนเครื่องทรง แล้วก็ออกมาบินปร๋อชมเมือง

นี่เลยจุดหมายแรก ตลาดกิมหยง
กลิ่นอายยังคงคล้ายเดิมเมื่อสมัยยี่สิบปีก่อนตอนเจ้าท๊อปยังเด็กๆ
จำได้ว่าราวๆปี 2538 อำเภอหาดใหญ่และจังหวัดภาคใต้โดยรอบเคยเกิดน้ำท่วมใหญ่มากกก
ระดับความลึกของน้ำที่เข้าท่วมตลาดกิมหยงเกิน 1.5 เมตร เม่าแพนิค

เดินเล่นวนตลาดซักรอบ
สินค้าที่คุ้นตาตั้งแต่เด็ก แอปเปิล

เกาลัดคั่ว เพี้ยนขอใจแลกเบอร์

ของแห้งนานา

นี่ก็ของดี

เดินวนเกือบจะรอบก็ไปเจอนี่เข้า คงไม่แปลกถ้าหากจอดมอเตอร์ไซค์จอดเรียงกันเฉยๆ แต่นี่ทุกคันจะเปิดเบาะ แล้วเอาหมวกกันน๊อควางไว้แบบนี้
ท่านผู้สันทัดหาดใหญ่ ได้โปรดแจ้งทางสว่างแก่เจ้าท๊อปทีเถิด ว่าเหตุใดชาวบ้านเขาถึงจอดรถกันไว้ในลักษณะนี้

วุ้ยย เดินรอบตลาดก็แล้ว เวลาเพิ่งบ่ายโมงกว่าๆเอง หาที่ไปอีกสักแห่งดีกว่า เรื่องอะไรจะกลับห้องไปนอนแกร่ว
ไปชมวิวบนเขาคอหงส์กันดีกว่า ใช้เวลาไม่นานก็มาเฉิดฉายอยู่บนจุดชมวิวเขาคอหงส์กันแล้ว

แต่ก่อนจะขึ้นมาถึงจุดชมวิว เป็นเพราะไม่ได้มาเสียนาน แถมป้ายบอกทางก็ยังสับขาหลอก กว่าจะขึ้นมาข้างบนได้ คุณเอ๊ยยย เจ้าท๊อปมึนพะยะค่ะ เม่าโกรธ

เอาน่าา อย่าหัวเสีย วิวเมืองสวย แกล้มลมโชยเย็นๆ ทำใจให้ชื่นบานนน

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทั้งชาวไทย และชาวมาเลเซีย ให้ความเคารพ

อุบ้ะ เดี๋ยวนี้มี เคเบิลคาร์ ให้บริการด้วย สนนราคาก็ไม่แพง

เขาคอหงส์ มีเส้นทางรถยนต์ ให้ขึ้นไปยังจุดต่างๆ มีจุดจอดรถ มีเส้นทางจักรยาน ถือว่าสะดวกเข้าทีดี ตอนวัยรุ่นจำได้ว่าเคยขึ้นมาชมวิวเมืองตอนกลางคืน สวยมากกกก (แต่ไม่แน่ใจว่าในปัจจุบันยังสามารถขึ้นมาตอนกลางคืนได้หรือไม่)
ใครมาหาดใหญ่ แล้วเบื่อเดินในเมือง ลองแวะมาเที่ยวที่นี่ดูนะครับ


แฮ่ เวียนวงจงกรมมาตั้งนานนนน เรามาเข้าสู่ไฮไลท์ของ EP2 นี้กันเลยนะจ๊ะ

จับจองที่นั่งรอบสนามกีฬากันโลดดดด

มาแล้วๆ ขบวนพาเหรด เหล่านักบินบอลลูน เปิดตัวกันมาอย่างร้อนแรง  เพี้ยนไฟลุก

ฟึ่มมมม

เอ้าา ฟึ่มเป็นหมู่คณะ โดยบอลลูนที่มาจัดแสดงในครั้งนี้มาจาก 14ประเทศทั่วโลก

ผู้ชมก็มีการเล่นเวฟกันครื้นเครง

ขั้นตอนการเอาบอลลูนขึ้นนั้น ยุ่งยาก และต้องใช้คนจำนวนมากเลยแหละ
ปูผ้าพลาสติครองพื้นไว้ แล้วเอาบอลลูนลงมากาง

แล้วก็เอากระเช้า นอนตะแคงรอไว้ แต่ตอนเริ่มต้นจะใช้พัดลมแรงสูง เป่าลมเย็นเข้าไปในบอลลูนกันก่อน

หน้าตาพัดลมแบบใกล้ๆ

รอให้ลมเข้าไปในบอลลูนจนพองป่อง แล้วค่อยเป่าไฟ ใส่ลมร้อนเข้าไป เมื่ออากาศร้อนในบอลลูนมีน้ำหนักเบากว่าอากาศ บอลลูนก็จะลอยได้จ้า

เย้ๆ ลอยได้แล้ววววว เพียงแต่ว่าเย็นวันนั้น ลมที่พัดเข้าบริเวณจัดงานไม่ค่อยเป็นใจ บอลลูนจึงไม่ได้ถูกปล่อยขึ้นฟ้าสูงมากนัก

บางจังหวะที่ลมเข้ามาพัดกระแทก ก็ต้องออกแรงยื้อยุดฉุดกระชากกันหน่อย

สีสันคัลเลอร์ฟูลสุดๆ

ฟ้าเริ่มโรยแสง เสียงพุงสองปู่หลานก็เริ่มครางแข่งกัน ไม่ได้การละ ไปหาของกินกันดีกว่า
นอกจากงานบอลลูนนานาชาติแล้ว ก็ยังมีเทศกาลอาหารมาออกร้านกันอีกเพียบบบ
หึหึ ใครที่หิวอยู่ตอนนี้ TopsaVage ต้องขออภัยด้วยนะจ๊ะ เจ้าคิกคัก

บุฟเฟ่ต์ผลไม้!!!

อาหารคาวหวาน เพียบ จัดภาพเซ็ทคอมโบกันไปเลยนะ

ยังๆ เจ้าท๊อปยังไม่สะใจ ท่านจงหิวๆ

ขนมลูกชุบน่าตาน่ารัก

อาหารนานาชาติ

โอยย สายซีฟู้ดก็มา

ปิดท้ายด้วยไอติมก็เข้าท่า

หรือขนมไทย หากินยาก ก็น่าหิ้วกลับห้อง

โอยยย อัดเข้าไปหลายขนานแล้ว คืนนี้เต็มพุงแล้วเน้ออออ


เช้าวันที่ 3 ของการเดินทาง
เมื่อเย็นวานยังรู้สึกว่าเก็บภาพไม่สะใจยังไงไม่รู้ แล้วพอดี๊พอดี วันนี้จะมีการบินบอลลูนโชว์รอบเช้า และผู้เข้าชมสามารถลงไปในสนามได้ด้วย ก็เลยขอมาซ้ำซะหน่อย ได้ที่พักใกล้สถานที่จัดงานก็ดียังงี้แล

โอ้วว มาได้เวลา บอลลูนทั้งหมด กำลังแข่งกันพองได้ที่ เตรียมขึ้นบินอยู่เลย

ผู้โชคดีที่ได้รับสิทธิ์ในการขึ้นบอลลูน หน้าตาดูดีใจ๊ ดีใจเนาะ

เลนส์กว้างไม่พอแฮะ ถ้า Sonyไทยจะใจดีให้ยืม 10-18 มาส่องเล่นบ้างก็ดีน๊ออออ เพี้ยนเพลีย

เอ้า เลนส์กว้างไม่พอ ก็ถอยไปตั้งหลักสิเจ้าท๊อป

พี่นกฮูกยักษ์หน้าตาใจดี

พี่หมีสองตัวกอดกันกลม

หนูประหลาด

หุ่นยนต์ยักษ์

บอลลูนน้อยก็มีนะ

ใช้นักบินตัวเล็กๆน่ารักๆคนเดียวก็พอ

นี่ๆ บอลลูนรูปรถไฟ ปกติบอลลูนจะทำเป็นรูปทรงกลม แต่ลูกนี้เป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเลย มาจากประเทศเยอรมัน

กิจกรรมที่น่าอิจฉาเด็กๆชะมัดเลย เข้าไปเล่นกันในบอลลูน เม่าดี๊ด๊า

ผู้ปิดทองหลังพระ ที่มีส่วนร่วมในการมอบรอยยิ้มให้งานครั้งนี้ สู้ๆนะพ่อหนุ่ม

พี่ๆเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เตรียมพร้อมสแตนบายด์

ก็เป็นครั้งแรกในชีวิตของผมนะ ที่ได้สัมผัสบอลลูนแบบใกล้ๆ ได้เห็นของจริงขนาดนี้

แล้วพอทุกลูกขึ้นพร้อมกันเต็มสนามกีฬา สีสันหลากหลาย กับสีฟ้าของท้องฟ้าตอนเช้า เสียงตื่นเต้นของเด็ก และไม่เด็กรอบตัว

เช้าวันนั้นทำเอาผมยิ้มแก้มปริเลยล่ะ

สำหรับ EP2 ย่องไปส่องบอลลูนนานาชาติ@หาดใหญ่ นี้ TopsaVage ก็ขอจบลงคงไว้เพียงเท่านี้ก่อน

การเดินทางวันที่ 3 ของสองปู่หลาน เพิ่งจะเริ่มเท่านั้น

แอบกระซิบบอกกันตรงนี้ก่อนเลยว่าาาาา ปู่ชวนหลาน คลานไปเที่ยว เซ็ทล่องใต้นี้ ยังมีอีก 2 ตอนนะคร้าบ

ขอดองงาน เอ้ยยย เตรียมรูป แต่งรูป ให้ดูดี ดูได้ ขึ้นมาอีกสักหน่อยก่อนนะคร้าบ

ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านที่รักยิ่งทุกท่าน

แล้วพบกันใหม่

สวัสดีครับ
อมยิ้ม17อมยิ้ม17อมยิ้ม17

 

บทความโดย TopsaVage

Linkต้นฉบับ https://pantip.com/topic/37694915

Comments

comments

SHARE :)