LS2 FF 323 ARROW R หมวกสายซิ่ง ที่นิ่งยิ่งกว่าน้ำในบึง….

LS2 FF 323 ARROW R หมวกสายซิ่ง ที่นิ่งยิ่งกว่าน้ำในบึง….

สวัสดีครับ

คราวนี้ เว๊ากันซื่อๆ  ว่า มีร้านใหญ่ใจดี ให้หมวกมาทดลองใช้

ก็เลยขออนุญาติใช้พื้นที่แห่งนี้มาเล่าสู่กันฟังนะครับ ยิ้มยิ้ม

เอาล่ะ รับสินบนมาแล้ว ก็ต้องเชียร์ให้กระเจิง…

เอ้ย ไม่ใช่…

ยังยึดหลัก  “ว่ากันตามเนื้อผ้า”  อยู่นะครับ  หัวเราะหัวเราะ

แต่บอกไว้ก่อนว่า เรื่องหมวกนี้ ตัวผมเองก็ปูๆ ปลาๆ เอามากๆ   ถึงแม้จะผ่าน หมวกมาแล้ว 10 กว่าใบ ร้องไห้ร้องไห้

แต่ก็สักแต่ว่าใส่  หาได้ใส่ใจในรายละเอียดไม่….

แต่คราวนี้ ในเมื่ออยากนำมาเล่าสู่กันฟัง

ก็ต้องใส่ใจในรายละเอียดกันหน่อย

เอาเท่าที่สามารถละกันเนอะ ครับ  ผิดถูกประการใดโปรดอภัยด้วย

ป.ล. ขอขอบคุณ Ninja Shop สำหรับหมวก LS2 ใบนี้เป็นอย่างสูง

และ

http://www.facebook.com/motorcycpantip

ที่เป็นผู้นำหมวกมาให้ลองใช้มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

รับมาตอนแรกก็ไม่ได้เอะใจอะไร

ใส่ไปใส่มา ก็รู้สึกแตกต่าง กับ หมวกทั่วๆไป จนต้องค้นหาว่าเพราะอะไร ( ผมมันพวกขี้เกียจอ่านคู่มือ  ได้มาใช้เลย )

ไปติดตาตรงคำว่า  “RACE DIVISION”

มาดูคู่มือ  แอบเห็นคำว่า  “ROAD RACE”    แถมยังมีคำว่า ARROW ด้วย

มันน่าจะเป็นหมวก Racing สินะ

ถึงว่า ใส่แล้วมันผิดไปจากหมวกที่ใส่ๆ มา

พวกนั้นส่วนใหญ่ที่ผมเคยใส่ เป็นหมวกจำพวกใช้งานทั่วๆ ไป ในชีวิตประจำวัน

แต่ว่า คู่มือ ภาษาปะกิต  ข้อยอ่านบ่อฮู้เรื่องนะ ฮ่วยยยย… เศร้าเศร้าเศร้า

ชักจะนึกแล้วสิ

เอ๊ะ หมวกับรถ มันเข้ากันม๊ายยยย ร้องไห้ร้องไห้

เอ่อ   ช่างมัน มาสำรวจหมวกกันก่อนดีกว่า

วัสดุที่ใช้ทำ เค้าว่าเป็น Tri Composite

มันคือไรหว่า   ผมเดามั่วๆ ว่ามันก็คงเป็น เคฟล่า + คาร์บอน + ไฟเบอร์หรือเปล่าหว่า

มาถึงน้ำหนักหมวก ก็ประมาณ “โลสี่”

กำลังดีนะ  ไม่หนักเกิน ไม่เบาเกิน

หมวก RACING ก็ต้องขี่ RACING สินะ ( แกล้งทำไปงั้น จริงๆ ขี่ไม่เป็น )

เอ่อ มันเข้ามั๊ยย ร้องไห้ร้องไห้

ป.ล. จุดเด่นสุดของหมวกรุ่นนี้คือ   ชิลด์หน้าที่กว้างเอามากๆ

ส่งผลให้ทัศนวิสัยในการมองกว้างที่สุด เท่าที่ผมเคยใส่มาเลย

ไม่แค่ด้านข้างเท่านั้นที่กว้าง  ด้านบนเองก็กว้างมาก มีประโยชน์มากสำหรับสายหมอบ เพราะในขณะที่ขี่หมอบๆ อยู่ สันด้านบนจะไม่บังสายตาเหมือนหมวกอื่นๆ

ข้อเสียคือ ร้อนหน้า  และ ดำ  เพราะแดดมาเต็ม

ในเมื่อรถไม่ใช่

ต้องเปลี่ยนรถให้เหมาะกับหมวก

อุ๊บบบ ไม่ใช่  ขออภัย หัวเราะหัวเราะ

เอาจริงๆ ถามว่า เหมาะกับสายเที่ยวแบบผมไหม ( ผมไม่ใช่สายซิ่ง )

ทัศนวิสัยที่กว้างขนาดนี้  ทำให้ทัศนาธรรมชาติได้กว้างไกล

อย่างนี้ไม่เหมาะ แล้ว เรียกว่า อะไร 5555

( แถได้สีข้างเลือดซิบๆ )

ขออภัยในความไร้สาระ

อยากรู้ Arrow Dynamic  + ฟิลลิ่ง แท้จริง  ต้องขี่รถประเภทไหน

คำตอบคือ Naked

ผมลองทดสอบบนอานรถ Honda CB500F  ที่ลมปะทะเต็มๆ ( ย้ำ มาเต็ม )

ที่ความเร็วประมาณ 170-175  ( ใจมันมีแค่นั้น )

พบว่า  หมวกนิ่งมาก  มากกว่า HJC R-PHA10 ที่ใช้อยู่เสียอีก

น้ำหนักที่กลางๆ  ไม่หนักเกิน  ไม่เบาเกิน   ทำให้การใช้งานได้คลอบคลุม

เร็วก็นิ่ง…

ช้าก็ไม่รู้สึกหนักจนเกินไป..

มาดูองค์ประกอบของหมวกกันบ้าง ( นี่เป็นใบแรกๆ เลยนะ ที่ผมนั่งดู 5555 )

กลไกลด้านข้าง ในการถอดชิลหน้า

เป็นพลาสติกลายคาร์บอนไฟเบอร์ ( แอบใส่ใจลายละเอียดเล็กๆน้อยๆ นะเนี่ย )

การถอดชิลโคตะระง่าย   ดันนิดเดียวออกเลย

ชิลด์ หน้า ใส่ครั้งแรก ให้ความรู้สึกหลอกตานิดๆ

แต่ใส่ไปใส่มาก็เริ่มชิน

ดูกันใกล้ๆ  Mouth Guard มีมาให้

กลไกการล็อคชิลด์หน้าดูแน่นหนาดี คลายล๊อคด้วยการกดปุ่มที่มีคำว่า LS2  ชิลหน้าก็จะเด้งขึ้นเล็กน้อย

สะดวกดี ผิดกับ HJC ที่ผมใช้อยู่ จะเปิดชิลด์ทีรู้สึกลำบาก

ช่องลมด้านหน้า มี 2 ชั้น ชั้นบนเปิด / ปิด ด้วยตัวเลื่อนด้านหน้าที่เห็น

ส่วนด้านล่าง อยู่ใต้คางครับ

ใน เมื่อโฆษณาว่าเป็น RACING DIVISION

มันต้องเป็นอะไรที่เร็วแรงกว่า 170-180 กิโลเมตร/ชั่วโมงของ CB500F

จัดไป  VSTROM 1000  ( ผมไม่รู้จะหา รถ Sport ที่ไหนมาลอง แห่ะๆ ร้องไห้ร้องไห้ )

ที่ความเร็ว 210 หมวกยังนิ่ง  แต่คงเป็นเพราะชิลด์ของเจ้า VSTROM มันช่วยบังลมด้วยส่วนนึง

แต่ผมพยายามกดชิลด์หน้าให้ต่ำเพื่อทดสอบหมวกด้วยส่วนนึง

ที่ขี่เร็วๆ ขอเรียนชี้แจงดังนี้

จะทดสอบรถกับหมวกครับ  ก็แค่ชั่วแว๊บเดียว  ขึ้นปุ๊บ ลงปั๊บ หาที่โล่งว่าง 4-6 เลนจริงๆ

ส่วนถนนวิ่งสวนกันนิผมไม่กล้าจริงๆ กลัวอะไรโผล่มาก่อให้เกิดอุบัติเหตุ

โดยส่วนตัวคนอื่นจะเรียกผมว่า   “สายป๊อด” ร้องไห้ร้องไห้

แต่กระนั้นก็เถอะ ผมถือคติ  “เน้นรอด ไม่เน้นเร็ว”

อุบัติเหตุ เป็นสิ่งที่ไม่อยากเจอที่สุดในชีวิตการขี่มอเตอร์ไซค์

ถ้า เกิดอุบัติเหตุจริงๆ

สาย Emergency Pull Out  ( สายสีแดง แปะคำว่า LS2 )  ใต้หมวก สามารถใช้ได้ในยามฉุกเฉิน

นวมจะหลุดออกมาทั้งยวงเลย

แต่ผมขอไม่ใช้นะครับ  และ ขอไม่ใช้ตลอดไปด้วย แห่ะๆ

กันลมใต้คาง ใหญ่และทำงานได้ดี ตามฟังก์ชั่น ของมัน   ไม่รู้สึกว่า มีลมตีเข้าหมวกเข้ามาแต่อย่างใด

สายรัดแบบ DD RING ( รูปนี้ขออภัย ถ่ายแล้วมันโดนบัง )

ให้ความปลอดภัยในระดับ สูงสุดแล้ว ( หรือเปล่า )

เสียงรบกวน

บอกได้ว่า ไม่เงียบ แต่ก็ไม่ดัง  สำหรับความรู้สึกผม ผมว่ามันเริ่มมีเสียงดังบ้างก็ที่ความเร็ว 120 ขึ้นไป  ( ความรู้สึกส่วนตัวอาจจะไม่เท่ากันนะครับ )

หันซ้ายหันขวา ไม่มีหวีด ไม่มีหวิวให้รำคาญใจ  ( อันนี้บ่องตรง หมวกไหนเป็นแบบนั้นนี้ ปรับตกเลย )

การระบายอากาศ

บอกตรงๆ ผมไม่สันทัดเท่าไร  แต่ใส่แล้วก็ไม่ร้อนและอึดอัดนะ

จะร้อนก็แดดที่เข้ามาเต็มๆนี่แหล่ะ

ความสบาย

นวมของเจ้า FF323 Arrow นี้ก็ไม่ได้จัดว่า นิ่ม นุ่ม ใส่สบายเหมือนกับ HJC R-PHA10 ของผม

พื้นผิวนวม สัมผัสแล้ว ไม่เนียน ไม่นุ่ม ไม่ลื่นแบบ HJC

แต่ให้ความรู้สึกว่า แน่น กระชับ บีบแก้มเล็กๆ กว่าหมวกไซส์เดียวกันค่ายอื่น

อาจจะเป็นเพราะมันเป็นหมวก Racing

ความแน่น ความปลอดภัย

ต้องมาเป็นอันดับ 1 เหนือความสบาย

จุดนึงที่น่าสนใจ

นวมด้านในเป็นช่องเว๊าๆ นิดนึง น่าใส่ขาแว่นเข้าไปได้  กันหน้าดำได้

งานประกอบ

ตรงนี้ผมว่า OK ครับ ไม่ดูก๊อกแก๊กตรงส่วนใดเลย

==========================

จุด ด้อยก็มีบ้าง แต่กับราคาค่าตัว 6,200 บาทถ้วน

ทำให้จุดด้อยกลายเป็นไม่ด้อยในบัดดล

เพราะจุดเด่นมัน  น่าจะโดนใจนักขึ่ความเร็วสูง

แม้แต่รถ Sport Tourer ที่สามารถขี่แบบเร็วนรกแตก ( สำหรับผม ) ได้ อย่าง Kawasaki Versys 1000

ก็ยังไม่สะทกสะท้านความนิ่งของมัน

จุด ดีอีกจุดนึงคือ

สามารถใส่ใน U-Box ได้

เอ๊ะ นี่มัน U-Box ดีหรือหมวกดีนะ 5555

เอา จริงๆ ก็เป็นข้อดีของ หมวกส่วนนึง

เพราะหมวกใบนี้ ไม่มีส่วน นูนๆ หรือ เป็นสัน

เป็นเพียงรูปทรงกลมๆ เกลี้ยงๆ  มีสวิทช์เปิด / ปิดช่องลมด้านบนเล็กน้อย

ทำให้สามารถยัด U-Box ของรถได้โดยไม่ติดขัด

ป.ล. ปกติ Yamaha Tricity มักจะปิดเบาะไม่ลง ถ้าหมวก Size L ของผมหลายๆ ใบมีเหลี่ยมมีสัน

แต่เจ้า LS2 FF323 Arrow ใบนี้ ยัดได้ลงไม่ต้องขืนใจแต่ประการใด

โชว์ ภายในอีกนิด

การถอดนวมมันจะหลุดออกมาเป็นชิ้นเดียว กันทั้งชิ้นนะครับ

ไม่ได้แยกชิ้นออกมา

เอาหล่ะครับ เวิ่นเว้อ มายาว เดี๋ยวจะเบื่อ กัน

ขอสรุปเอาดื้อๆ ตรงนี้เลยนะครับ

ข้อดี

– ให้ทัศนวิสัยดีมาก

– อากาศพลศาสตร์ดีถึงดีมาก ( อันนี้ไม่แน่ใจมากเท่าไร เพราะหมวกเทพๆ ที่เคยใส่มีใบเดียวคือ ARAI RX7 RR5  แต่นั่นก็นานมากแล้ว จำฟิลลิ่งไม่ได้เลย )

– ความนิ่ง ไม่สั่น ไม่คลอน รู้สึกมั่นคงในความเร็วสูง

– น้ำหนักกำลังดี ไม่เบาไป ไม่หนักไป

– นวมแน่น กระชับมาก เหมาะสำหรับคนเน้นความปลอดภัย

– กลไกการถอดชิลด์  เปิดชิล ใช้งานง่ายและสะดวก

– ราคาคุ้มค่า

ข้อเสีย

– ชิลด์กว้างมาก ร้อนหน้าได้เหมือนกัน

– ชิลด์หน้าหลอกตานิดๆ  แต่นิดจริงๆ ท้ายที่สุดก็ชินไปเอง

– นวมออกแนวแน่นๆ อาจจะใส่ไม่สบายนัก ถ้าหน้าใหญ่ยิ่งแน่น

บทสรุป

หมวกสำหรับสายซิ่ง  ที่นิ่งยิ่งกว่าน้ำในบึง แถมราคายังโดน  ใครมาสายนี้ จัดได้เลยครับ เยี่ยมเยี่ยมเยี่ยม

วันนี้ขอลาแล้วเท่านี้  ขอตัวรีบไปทำงานก่อนละครับ เดี๋ยวโดนไล่ออก

ฟิ้ววววววววววว ร้องไห้ร้องไห้

บทความโดย เตี้ย ล่ำ ดำ แก่

Comments

comments

SHARE :)