HONDA CBR150R REBORN กำเนิดใหม่ หัวใจว้าวุ่น

9 ปี 

ตัวเลขนี้บอกอะไรเราได้บ้าง นอกจากการห่างหายจากไลน์ผลิตรุ่นใหม่ของเจ้า CBR150R

ที่ค้างคาอยู่ในรูปโฉมเก่ามาอย่างช้านนาน

จนถึงวันนี้ ตอนนี้ เวลานี้ 

การรอคอยที่นานแสนนาน ได้สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อ A.P.HONDA จัดให้สมใจปรารถนา

โดยการนำเจ้า CBR150R ที่เรียกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า 

“โฉมใหม่” มาจัดจำหน่ายกันอีกครั้งนึง

HONDA CBR150R REBORN

กำเนิดใหม่มั้ยล่ะนายจ๋า หลังจากที่ค้างคาในรูปโฉมเก่า เฉพาะบ้านเราก็เกือบจะเก้าปี

ในช่วงก่อนหน้านี้เต็มที่ก็แค่ All New Sticker มาในวันนี้ล้อไม่ได้ละนา

เพราะว่ามันถือกำเนิดใหม่ในไทยอย่างเป็นทางการ

ว่ากันด้วยกำเนิดใหม่ อะไรล่ะที่ใหม่บ้าง


เรียกง่ายๆว่าเกือบจะทั้งคัน ได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควร 

โดยเริ่มตั้งแต่เครื่องยนต์ 


หลังจากที่เปิดตัวเดินวนซ้าย วนขวา เฮ้ยยย!!! บล็อคเครื่องนี้ผมโคตรจะคุ้นเคย

รูปลักษณ์ภายนอกรวมถึงจุดยึดหูรูดต่างๆมันเหมือนกับ NEo Sport Cafe ตัว CB150R

หรือดำเกิงของผมเลยนี่ฟ่า ก่อนหน้าเข้าใจว่าจะใช้เครื่องยนต์บล็อคเดิมแต่ไม่ใช่


ไม่รู้ว่าภายนอกที่เหมือนแล้วภายในมีการปรับเปลี่ยนอะไรไป

กล่องไฟมีการจูนใหม่ให้เข้ากับรูปทรงที่สปอร์ตมากขึ้นหรือไม่

เพราะบล็อคเครื่องนี้ในตัว CB150R ต้องยอมรับว่าขับสนุกลุกนั่งสบาย

แต่ก็แค่ช่วงต้นกับกลางเพียงเท่านั้น ความเร็วปลายนี่ลากกันยาวๆแบบเค้นเหนื่อยพอสมควร

และความเร็วตามหน้าไมล์ตัดที่ 140 (เทียบกับgpsได้127)


จากสเป็คคราวๆไม่ว่าจะเป็นความกว้างกระบอกสูบ ช่วงชัก หรือแรงอัด เท่ากันทุกอย่าง

แต่รถจะแรงแรงที่ใจใช่ใบหน้า


อันนี้ต้องบอกก่อนว่ายังไม่มีโอกาสได้เอามาขับขี่ทดสอบบนท้องถนนทั่วไป


สองจุดหลักที่น่าสังเกตุว่ามันอาจจะลากได้ยาวและไหลได้ไวกว่านั้นคือ 


ยางหลังที่ขนาด 130/70 และสเตอร์หลังขนาด 45 ฟัน 


ตรงนี้น่าสนใจว่าเปลี่ยนอัตราทดจากเดิมแล้วเค้าเพิ่มเติมอะไรมากันหรือไม่


เอาไว้ถ้ามีโอกาสจะเอามาทำรีวิวในส่วนนี้แยกย่อยชัดๆกันอีกที ถ้ารอนานเอาดำเกิงเทิร์นซะนี่ปั๊ดโถ่วววว

โช็คอัพไซส์ดาว์น(USD)


แน่นอนแล้วครับว่าไม่มีมาให้ 55555 ได้แบบเทเลสโคปิค


แต่เดี๋ยวก่อนนน ถึงจะไม่ได้โช็คหัวกลับ แต่เราก็ได้โช็คหัวปรับ ซึ่งสามารถปรับพรีโหลดได้

ประโยชน์ตรงนี้น่าสนใจครับ สายละเมียดจะทราบกันดีว่า

การปรับตั้งค่าระบบกันสะเทือนได้เนี่ยมีประโยชน์ยังไง

เอาเข้าจริงๆมันใช้งานได้ละเมียดละไมกว่าหัวกลับซะด้วยซ้ำไอ้หัวปรับเนี่ย


ระบบกันสะเทือนหลังปรับค่าความเข็งสปริงได้ห้าระดับทำงานควบคู่กับกระเดื่องทดแรงหรือเรียกอีกอย่างว่า Pro-Link

ระบบเบรค จากที่คาดการณ์ตอนแรกไว้ว่าน่าจะเป็นเรเดี้ยนเม้าท์


ก็ผิดจากที่คาดครับ กลับมาใช้ระบบแบบเดิมคู่บุญ

ข้อติอย่างเดียวคือมันไม่เท่ห์ แต่ทางด้านการใช้งานมันก็เบรคได้ปกติจนถึงขั้นดีตามสไจล์ของมันนั่นแล

…………………………………………………………………………………….

หลังจากที่ได้ยลโฉมไปในงานเปิดตัว


เพื่อความชัวร์ก็ต้องลองทดสอบให้รู้กันไป

นิยามสั้นๆของเจ้า CBR150R เนี่ย หลังจากทดสอบขับขี่ในสนาม 

ทางทีมเราตั้งไว้ง่ายๆสั้นๆว่า

“จบ”

แต่!!! คำว่าจบมันไม่มีอยู่จริง ในสิ่งที่เรียกว่า CBR 150R

ทำไมถึงต้องกล่าวเช่นนี้ เรามาค่อยๆเล่าขยายความกันไปกับรีวิวสั้นๆหลังจากได้ขับขี่ทดสอบกัน

อย่างที่ทราบกันว่าเจ้า CBR 150R พึ่งเปิดตัวมาเมื่อไม่นาน

โดยครั้งนี้นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 


โมเดลเชนจ์โมเดสเชนจ์ก็ว่ากันไป ซึ่งใครหลายคนก็ร้องว๊าวววว บางคนก็ยี้ 


โดยเฉพาะ โช็คอัพหน้าเนี่ย มีแต่คนร้องทำไมไม่ใช้โช็คหัวกลับ 


ย้อนกลับไปดูรถในกลุ่มใกล้เคียงกันจริงๆมันก็ไม่ได้มีไปหมดซะทุกรุ่นหรอก

แต่หากมันมีรถจะสวยมากขึ้น ช้าก่อน โช็คอัพหน้าครานี้มันมีดีซ่อนอยู่


ถ้าหากรู้จักกับการปรับเปลี่ยนมันล่ะก็ ขอบอกว่าแซ่บแบบจบๆปัญหาเก่าๆสำหรับมือเก๋าๆได้เลย

ที่ว่ามันเจ๋งคือมันปรับค่าพรีโหลดได้ถึงห้าระดับ 


อันนี้ด้วยเกียรติของลูกเสือสำรองหมู่สอง รับรองว่าไม่มีอวยครับ มันดีและน่าใช้มาก

หากใช้อย่างถูกคุณลักษณะ ของมัน

คิดแบบง่ายๆตามหลักหยินหยาง แข็งก็ผ่อนหย่อนก็ดึง ถึงคุณไม่ใช่ช่างก็ตั้งเองได้

โดยการทดสอบขับขี่วันนั้น มีการปรับตั้งสองแบบ คือนุ่มสุด และ แข็งสุด


เมื่อลงสนามนุ่มสุดก็มีอาการกระสับกระส่ายให้ได้เห็นอยู่บ้าง

แต่รอบสองเมื่อปรับเป็นแข็งสุดอาการกระสับกระส่ายก็หายไป

เข้าโค้งได้แม่นขึ้น ยกได้ลึกจุ่มเบรคได้ลึกขึ้น แต่ก็อาจมีความกระด้างกระเดื่องบ้าง


โดยส่วนตัว ค่ากลางจากโรงงานน่าจะเป็นค่าที่ใช้งานได้ครอบคลุมที่สุดละ แต่หากอยากหวด อยากชิลก็ปรับเอา

ซึ่งการปรับตั้งค่าเหล่านี้ถ้าเอาเชิงลึกจริงๆมันมีผลอย่างมากในการใช้งาน หรือสายสนามอาจจะรู้จักกันในนามค่า SAG แต่เบื้องต้นผมตัวก่อนว่า ผมนั้นเป็นสายย่อง ค่า SAG แบบละเอียดๆจะอธิบายก็ยากเกินสมองน้อยๆของผมเกินไป
เอาเป็นว่า ถ้าใครที่ออกรุ่นนี้มาใช้ลองปรับตั้งดูเอาครับ เหินคอสะพานแล้วรู้สึกว่ารถมันดีดดิ้น ก็ปรับให้แข็งขึ้นทีละสเตป หรืออยากได้ความนุ่มนวลแต่ก็ต้องแลกกับการดีดดิ้นนิดๆก็ปรับให้มันนุ่มขึ้นแค่นั้นแล

อุปกรณ์การปรับอยู่ใต้เบาะคนซ้อนละจ้า 
ที่เกริ่นมาข้างต้นนับรวมไปถึงโช็คหลัง ซึ่งปรับได้ห้าระดับเช่นเดียวกัน พร้อมระบบกระเดื่องซับแรง Pro-Link เมื่อจับมาปฏิสนธิกันใน CBR 150R กลายเป็นว่าดีย์ย์ย์จัด

แต่เดี๋ยวก่อน การปรับตั้งนั้นก็ยังมีข้อจำกัดอยู่เรื่องของการแบกรับน้ำหนัก เมื่อผู้ขับขี่ที่น้ำหนักตัวอาจจะมากหน่อย การปรับตั้งอาจไม่เพียงพอ ตรงนี้คงต้องมีการโมดิฟายกันเช่นเปลี่ยนสปริงด้านในกันอีกที เพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น อย่างว่าแหละจะให้มันเลิศเลอไปหมดก็คงเป็นไปไม่ได้

ยัง ยังไม่พอ ทดสอบในสนามแล้วค้างคา เลยมาลองนอกรอบอีกหน่อยบริเวณงานแถวบ้านที่เค้ามีการจัดให้ขับขี่ทดสอบกัน
โดยครานี้ผมวัดกันครับว่า ระหว่าง CB150R กับเจ้า CBR150R เนี่ย ตัวไหนเมื่อใช้งานแล้วมันจะจี๊ดกว่ากัน
อันนี้ก็ต้องบอกตรงๆครับว่าหลังจากทดสอบแบบเทียบกันทั้งสองรุ่น ตัวCB150R ให้ท่วงท่าและความสวยงามนุ่มนวลดีกว่า
แต่ถ้าอยากถามหาความเฉียบคม CBR150R ทำได้ดีกว่ามากกกกก พลิกรถได้เร็วและมั่นในในการไหลออกจากโค้งมากกว่า 

มาต่อกันในส่วนของเครื่องยนต์
สุดท้ายไม่ผลิกโผว่าเครื่องยนต์เป็นแบบเดียวกันกับ CB150R ที่เป็นตัว Sport cafe แต่มีการปรับทดสเตอร์ลงมาเหลือ 45 ฟัน และขนาดยางหลังที่เล็กลง
เหลือเบอร์ 130

ตบด้วยรูปทรงรถ ก็ส่งผลให้อารมณ์การขับขี่เปลี่ยนไป
ความเร็วปลายท้ายที่สุดแล้วอาจเป็นแค่องค์ประกอบเล็กๆ ส่วนในย่านความเร็วปกติ นับว่าเปิดปุ๊บมาปั๊บขอรับกระผม จริงๆลูกสูบแบบโมสำเร็จเคลือบสารโมลิดิน่งดินั่มอะไรเนี่ยก็มีให้สำหรับสายโมที่อยากเพิ่มกำลังนะ เพิ่มได้อีกสองไซส์โดยที่ไม่เสียคุณภาพ เผื่อใครที่ชอบบอกว่าขับเดิมๆเดินดีกว่า

สุดท้าย
ที่ว่าคำว่าจบไม่มีอยู่จริง
เพราะเจ้า CBR150R ตัวนี้ เพิ่งกำลังจะเริ่มต้นสร้างตำนานบทใหม่มากกว่า และเป็นรถที่เหมาะกับมือใหม่ไปจนถึงมือเก๋าๆเลย

รีวิวสั้นๆวันนี้พอแค่นี้ก่อน เดี๋ยวรอรีวิวเต็มๆแบบจัสๆกันอีกที

ส่วนราคาก็น่าจะทราบกันไปแล้วนะครับ
รุ่น STD เริ่มต้นที่ 92,000บาท
ABS เริ่มต้นที่ 99,000บาท

ไปละ ฟิ้ววววว จ๊วดๆๆๆ

Comments

comments

SHARE :)