D.I.Y. กับชายชราชื่อน้าหยอย(2)

ซินจ่าวฮ่อ…….

กลับมาคุยกันใหม่กับชายชราที่ชื่อน้าหยอยนะครับ…….หลังจากที่ผมไปผ่าตัดหลังมาได้เกือบปี ตอนนี้สภาพร่างกายเริ่มฟื้นตัวขึ้นที่ละเล็กละน้อย ตามประสาคนสูงอายุนั่นแหละ จะให้มันดีวันดีคืนแบบหนุ่มๆสาวๆคงไม่ได้ ทั้งองคาพยพทั่วทั้งตัวก็เหลือแต่กากๆแล้ว จะยังมีเหลืออยู่แค่ 2 อย่างที่พอจะพึ่งพิงได้คือหัวใจที่ยังเต้นได้ บวกกำลังใจที่ไม่เคยย่อท้อลง….แล้วก็สมองที่ครูน้าหยอยไม่ยอมให้มันหยุดนิ่ง….มีอะไรคิดได้และทำได้ ผมก็จะลองทำดูให้เป็นตัวอย่าง (ประมาณว่าทดลองและทดสอบจนได้ที่แล้วจึงจะเอาข้อมูลนั้นๆมาฝากหลานๆ)

ส่วนเรื่องขี่รถเที่ยวนั่นก็เหมือนกัน ผมจะยังไม่เลิกขับรถเที่ยวจนกว่าร่างกายจะหมดสภาพไปจริงๆ ชนิดที่ต้องให้ลูกหลานหามมาวางบนอานมอเตอร์ไซค์นั่นแหละ ผมถึงจะหยุดหรืออาจจะหันมาขับรถยนต์แทน…….เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั่นก็เหมือนกัน ผมไปช่วยเขาขี่รถคุมขบวนคาราวานไปเที่ยวจังหวัดกาญจน์บุรี แล้วหลังจากนั้นก็ขับรถเลยไปเที่ยวสังขละกับพวกน้องๆหลานๆในกลุ่มแอดมินของ Just ride it …

.แล้วครูน้าหยอยจะเอาเรื่องราวที่ขี่รถไปเที่ยว จังหวัดแม่ฮ่องสอนทั้งไปกับทีมที่กล่าวและไปแบบบินเดี่ยวมาเล่าให้ฟัง รวมไปถึงบรรยากาศของชายแดนสังขละมาเล่าให้ฟังนะครับ (รวม3 ทริฟตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา………..และอาจติดปลายนวมอีกครั้งหนึ่งที่เมืองลาวในอาทิตย์หน้านะครับ(ผมกะว่าจะไปย้อนรอยทุ่งไหหินและเมืองหลักซาวที่เคยขี่ไปเที่ยวเมื่อ20กว่าปีมาแล้ว พร้อมรูปเปรียบเทียบระหว่างบรรยากาศทั้งเก่าและใหม่ให้ผสานกันในช่วงที่กลับมาจากลาวนะครับ)

วันนี้มาลองเปลี่ยนยางกับผมเสียหน่อย แล้วจะแนะนำวิธีการอ่านลายของยางด้วยว่า ลายจะต้องหมุนไปแนวไหน เมื่อบริษัทผู้ผลิตไม่ได้พิมพ์ลายลูกศรมาชี้นำให้………แล้วแถมด้วยการอ่านเบอร์ยางแบบมาตรเมตริกและยางแบบซีรียส์ หรือบางคนก็เรียกว่ายางโลว์โปรไฟล์


ย้อนกล่าวมาเล่าให้ฟังเสียหน่อยนะครับว่า ยางชุดนี้เป็นยางยี่ห้อ Cobra (ไม่เกี่ยวกับการรีวิวแต่อย่างใดนะครับ) มันเกี่ยวเฉพาะเรื่องราวที่ผมไปพบยางยี่ห้อนี้ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน คราวที่ผมหลงคารมนายโอม ขี่รถไปเที่ยวแม่ฮ่องสอนกันตอนปลายปี(ยังไม่ได้เอาเรื่องราวมาเล่าให้ฟังกันเลยนะครับ ขอให้ผมกลับจากไปเที่ยวลาวเสียก่อน จะทะยอยเอามาเล่าให้ฟังทั้ง2เรื่อง…ตอนนี้แค่เอามาอ้างอิงว่าผมขี่รถไปเจอะยางยี่ห้อนี้ที่แม่ฮ่องสอนเฉยๆ)

ตอนนั้น เรากำลังจะเดินทางกลับจากแม่ฮ่องสอนมาทางแม่สอด บังเอิญรถของผมเกิดไฟหน้าขาด เลยแวะไปเปลี่ยนหลอดไฟที่ศูนย์บริการที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกับร้านอาหารแถวนั้นพอดี โดนไป280บาท แพงแบบคอดๆเลย-หลอดไฟอะไรฟะราคาปานนั้น ใครอยากเสียเงินค่าเปลี่ยนหลอดไฟแพงๆแบบครูน้าหยอยก็ลองแวะไปเสียเงินกันได้ครับ ร้านนี้อยู่ตรงซ้ายมือของถนนที่ลงมาจากดอยกองมู(ผ่านอนุสาวรีย์พระยาสีหนาทราชา-แล้วเลี้ยวขวา จะไปแม่สอด)…….ร้านนี้อยู่ปากซอยอะไรไม่รู้ฝั่งซ้าย…….ใครแวะเข้าไปคงเลือดสาดแบบน้าหยอยแหละ

ร้านที่กล่าวนี้มียางคอบร่า ลายที่ผมชอบอยู่พอดี เลยถ่ายรูปลายยางมาหาในกรุงเทพดู ปรากฏว่าได้ดอกยางลายที่กล่าวมาคู่หนึ่ง เป็นยางหน้า70/80-17 และ80/80-17 สำหรับยางหลัง……ได้ยางมาแล้วก็หาทางเปลี่ยนเสียเองเลยดีกว่า เผื่อเอารูปและเรื่องราวมาฝากหลานๆในนี้กัน ให้รู้ว่า หากจะใส่ยางเอง หรือจะไปจ้างใครใส่ยาง ก็เอาความรู้เหล่านี้ไปบอกคนที่งัดยางของเรารู้เสียด้วยว่า เราต้องการให้แนวของลายมันเป็นอย่างนี้


นี่เป็นลายดอกยางที่ผมออกอาการชอบ เลยถ่ายรูปยางที่กล่าวมาหาซื้อเอาในกรุงเทพนะครับ เอามาใส่แทนยางชุดเก่าของเจ้าแก่เรดเดอร์…..คุณเห็นลายยางมันแล้วคิดว่ายังไงล่ะ…….

รถเรดเดอร์โบร่ำโบราณคันนี้ เป็นรถรุ่นแรกๆของซูซูกิ ที่ครูน้าหยอยใช้งานอยู่20ปีมาแล้วมั้ง มันมีความจุกระบอกสูบ126.7 ซี.ซี. ใช้ล้อแม็กฯ….แต่ต้องใช้ยางใน เนื่องจากรถขนาดเล็กในยุคนั้น หายางแบบจุ๊บเลสส ไม่ได้(ถึงตอนนี้อาจจะมียางจุ๊บเลสผลิตออกมาแล้วก็จริง แต่คงเอามาใส่ให้เจ้าแก่ไม่ได้ เนื่องจากกทะทล้อของมันถูกการงัด(เผื่อเปลี่ยนยางหรือปะยาง)จนขอบยับเยินไปหมดแล้ว

แต่จะอย่างไรก็ตาม สำหรับวงล้อแบบแม็กฯนี้ แม้มันจะเก่าขนาดไหนก็ยังควรต้องถนอมน้ำใจของมันเสียหน่อย…..ใครจะงัดยางแบบวงล้อแม็กฯหรือจะใส่ยางจุ๊บเลสส์ ก็ควรหาขวดพลาสติคมาตัดให้เป็นชิ้นเล็กๆ เผื่อรองกันเหล็กงัดกัดกินขอบกะทะเสียด้วย …..จากนั้นก็ปล่อยลมยางออกให้หมด แล้วย่ำไล่ลมในยางในให้แห้งที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้…….

จากนั้นก็วางวงล้อให้ด้านจานดิสเบรคขึ้นข้างบนนะครับ อย่าไปเอาด้านดิสค์เบรคลงกดกับพื้น (ผมมักจะใช้จานเบรคที่หงายขึ้นมานั้น เป็นตัวขัดเหล็กงัดยาง ในกรณีที่ยางตึงมากๆ เพื่อปล่อยมือไปช่วยกันงัดยางอีกมุมหนึ่ง)….


เมื่องัดยางเดิมออกมาแล้ว เราก็เอายางในออกมาสำรวจเสียหน่อยนะครับว่า มันมีรอยพับรอยย่นบนเนื้อยางหรือไม่ ลอง  จับตัวจุ๊บโยกซ้ายโยกขวาดูว่ามันมีรอยยุ่ยแบบยางหมดสภาพหรือไม่….หากเจอะรอยยับย่นอย่างที่ผมบอกไปแล้วก็ควรเปลี่ยนยางในเสียเลย-จะดีกว่าทนใช้ไปแบบเสี่ยงดวงให้ยางแตกเอง…..นั่นก็จะเป็นเรื่องยาวแบบมินิซีรีย์ไปโดยใช่เหตุ….

สุดท้ายก่อนใส่ยางในเข้าที่ก็ให้สูบลมให้ยางขยายตัวพอตึงๆมือ แล้วเอาไปกดแช่น้ำหารูรั่วหรือรูตามดเสียหน่อยนะครับ ของพรรค์นี้เอาแน่ไม่ได้ บางทีมันมีตามด แต่ถูกยางนอกบีบเอาไว้ทำให้ลมรั่วออกมาทีละนิดทีละหน่อย แต่เมื่อเราเอาออกมาอยู่ในที่มันเปิดโล่งอย่างที่กำลังดำเนินการอยู่ ตามดที่กล่าวนั่นจะกลายเป็นตาแมว ขยายตัวออกมาจนลมรั่วให้เราเห็นได้ อย่าประมาทเน้อ…..

จากนั้นปล่อยลม-ไล่ลมออกให้หมด….เอาส่วนที่เป็นจุ๊ปยัดเข้าไปในวงล้อก่อนเป็นอันดับแรก……




เมื่อใส่จุ๊บลงไปแล้ว ก็เอายางในส่วนที่เหลือยัดเข้าไปแบบเฉลี่ยๆให้มันเสมอกันตลอดเส้นนะครับ อย่าให้ส่วนใดส่วนหนึ่งตึงหรือหย่อน……แล้วค่อยไล่เหยียบยางนอกให้เข้ากับขอบกะทะ…วนไปรอบๆ บางครั้งเราจะพบว่ายางนอกมันตึงเกินไปจนน่าจะไม่เข้ากับขอบกะทะ แต่ถ้าเราใจเย็นๆ เหยียบไล่ให้ยางนอกมันฝังตัวกับขอบกะทะไปรอบๆ มันก็จะเหลือเนื้อที่ให้เรางัดประมาณแค่1คืบเองแหละ

เมื่อไล่เหยียบยางนอกให้เข้าไปในเบ้ากะทะได้จนเหลือระยะห่างประมาณคืบหนึ่งดังว่า คราวนี้ก็เป็นหน้าที่ของเหล็กงัดยาง จะรับหน้าที่ของมันต่อไป…….แต่ขอแนะนำให้คุณเอาน้ำยางล้างจานมาช่วยหล่อลื่น-ชุบเหล็กงัดยางเสียหน่อย อย่าใช้น้ำมันเครื่องนะครับ มันจะกัดยางในและยางนอกให้บวม และอย่าลืมเอาขวดพลาสติครองขอบกะทะเสียด้วยล่ะ





เมื่องัดยางนอกเข้าไปในวงกะทะจนครบรอบแล้ว ให้กดจุ๊ปเติมลงไปให้สุดนะครับ (ไม่งั้นโคนจุ๊บมันจะติดขอบยางนอก….ทำให้ยางไม่เข้ากับขอบ กลายเป็นยางแกว่ง…

หลังจากใส่ยางเข้าไปแล้วก็จัดการเติมลมยางให้ได้มาตรฐานที่ควรจะเป็น คือเฉลี่ย 28 ปอนด์……จากนั้นก็เป็นสาระของการอ่านลายดอกยางให้เป็นไปตามแนวหมุนและคายน้ำออก(ในกรณีที่บริษัทผู้ผลิตยางไม่ได้ติดลูกศรแนะนำนำแนวหมุนของยางมา)………

ที่จริงครูน้าหยอยน่าจะแนะนำการอ่านดอกยางก่อนจะใส่นะครับ เพราะไม่งั้นคุณอาจจะใส่กลับทางไปแล้วก็ได้….แต่บังเอิญผมลืมไป มัวไปนึกถึงเรื่องอื่น เลยลืมเรื่องจำเป็นเบื้องต้นไปเสียได้..ขออำภัยเด้อ…..

การอ่านลายดอกยางก็ไม่มีอะไรมากครับ เพียงแค่ให้เรานึกเสียว่า ยางจะเป็นลายดอกอะไรก็ช่างมัน แต่เมื่อใส่ยางเข้าไปในวงล้อแล้ว ให้มองแบบผ่านๆแล้ว ลายดอกยางจะเป็นเหมือนตัวอักษร A นะครับ ยกเว้นยางดอกห้าแถวอย่างเอ็นดูโร่นั่น มันจะเป็นดอกขวาง เอาไว้ขุดดินขุดทรายอย่างเดียวเท่านั้น……ดูรูปแล้วมองเผินๆนะครับว่า มันจะคล้ายๆตัวA



รูปแรกนั่นจะเห็นว่ามันคล้ายๆตัว A นะครับ…….ส่วนรูป2นั่น ให้สังเกตุว่ารถของผมดิสค์เบรคมันอยู่ข้างขวา เราก็จะเห็นว่าลายยางต้องเป็นตัวA เช่นกัน

คราวนี้ก็มาถึงการทำความเข้าใจกับยางแบบซีรีส์นะครับ ซึ่งในช่วง10ปีหลังนี่ ยางรุ่นที่ใช้มาตราเมตตริกเป็นตัวบ่งบอกขนาดของยางเริ่มจะผลิตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นตลาดยางโลว์โปรไฟล์ ส่วนเราเป็นผู้บริโภคก็ก้มหน้าก้มตาหาซื้อมาใช้กัน เห็นเขาเรียกยางซีรีส์ก็เรียกตามเข้าไปบ้าง รู้บ้างไม่รู้บ้างก็ว่ากันไปตามเกจิ….

ว่ากันไปตามจริงแล้ว ยางที่ผลิตออกมาเป็นเบอร์ซีรีส์นั่น ผู้ผลิตก็ไม่ได้พิถีพิถันอะไรกับมันมากนักหรอกครับ คงผลิตออกมาขายตามกระแสไปอย่างนั้นแหละ (พอกันทั้งคนใช้และคนผลิต)…..เพราะฉะนั้นเราก็มาทำความรู้จักกับยางซีรีส์กันเล็กน้อยนะครับว่าเขาเรียกขานกันยังไง (กระทู้นี้ผมเขียนตามความรู้สมัยโบราณของผมนะครับ ไม่ได้เปิดวิกิพีเดีย เอาข้อมูลมายืนยันให้เป็นเรื่องเป็นราวแต่อย่างใด ประเภทที่ว่า เชื่อก็ขอบคุณ ไม่เชื่อก็ขอบใจ

คราวก่อนที่ผมเอาเรื่องการทำบังลมอนาถามาชี้นำ ก็ยังมีท่านผู้รู้เข้ามาเสริมเชิงแนะนำว่า การทำบังลมอย่างนั้นต้องระวังเรื่องรถล้มด้วย เพราะมันจะไปบาดเนื้อบาดตัวเจ้าของรถเอาให้เป็นอันตรายได้

อือ….น้าหยอยอ่านแล้วก็เศร้าใจ และก็เถียงอยู่ในใจว่า แหม….รถมันจะล้มแล้วจะต้องมาจัดท่าสวยๆกันอยู่ได้ยังไงล่ะพ่อมหาจำเริญ….ตัวคนขับมันจะกระเด็นไปตกท่อหรือคอถูกบังคมขาดตายนั่นก็ล้วนเป็นเรื่องของอุบัติเหตุโดยแท้ และประการสำคัญ คนผลิตรถเขาก็ผลิตมาให้ใช้ขับ ไม่ได้ให้เอามาขี่แล้วล้มหาเรื่องบาดเจ็บมันไปทุกวันเสียเมื่อไหร่ล่ะพ่อเอ้ย….

อ้าว…..นี่คนแก่เริ่มบ่นอีกแล้ว…….อย่าถือสากันนะครับ ถือว่าเป็นการรำพึงของคนสูงอายุคนหนึ่งเสียก็แล้วกัน

สรุปเอาอย่างง่ายๆก็คือว่า แต่เดิม เรารู้จักกันแต่ยาง 2.50-17 ……..3.00-17 หรือ 2.75-18…ซึ่งตัวเลขที่กล่าวนี้ เรารู้กันดีแล้วว่า 2.50 -17 คือยางขนาด 2 นิ้วครึ่ง ขอบกว้าง 17 นิ้ว 3.00 คือยาง ขนาด3นิ้ว ขอบ17….อธิบายพอให้รู้เป็นพิธีนะครับ

คราวนี้ก็มาถึงยางโลว์โปรไฟล์เขียนเป็นมาตรเมตริก 70/80-17 หรือ 100/90-17……..เอาแค่2 ตัวอย่างพอแล้วนะครับ มากไปก็จะเป็นวิชาการเวียนหัวเอาเปล่าๆ……..

อธิบายง่ายๆในที่นี้ก็คือ ตัวเลขข้างหน้าคือขนาดของแก้มยางที่สูบลมออกมาจนป่องเต็มที่แล้ว มีขนาด 70 มิลลิเมตร หรือเท่ากับ 7 เซ้นติเมตร…….หากจะเทียบกับยางสมัยเป็นมาตรนิ้ว ก็น่าจะอยู่ในขนาด2.25 ……

ส่วนตัวเลข 80  ที่ตามหลัง70 (70/80)อยู่นั่นคือ ความสูงของแก้มยางจากดอกยางริมสุดไปจนถึงวงขอล้อ คิดเป็น 80เปอร์เซ็นต์ของ 7 เซ็นต์(80เปอร์เซ็นต์ของ70(7เซ็นต์) ก็น่าจะอยู่ในประมาณ 6 ซ.ม…..อ่านแล้วพอเข้าใจไหมครับ……สมองคุณต้องแยกเป็น2ส่วนให้เข้าใจตัวเลข70หรือ7เซ็นต์เอาไว้เสมอๆ…ถ้าตัวเลขเป็น80ก็คือ8เซ็นต์……100 คือ10 เซ็นต์

ส่วนตัวหลังคือส่วนของแก้มยางที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของหน้ากว้าง …..คราวนี้ผมจะเขียนใหม่ให้เข้าใจง่ายขึ้นนะครับ…..

100/100 -17 ก็แล้วกัน….(ตัวเลข17 คือขอบล้อ17-อย่าไปสนใจมัน เอาตัวเลขคู่หน้าให้เข้าใจพอแล้ว)….

ตัวเลข100 คือความกว้างของหน้ายาง 10 ซม……และ /100 คือแก้มยาง 10 ซม. เช่นกัน…..ถ้ามีผู้ผลิตยางเบอร์นี้ออกมา รูปร่างของยางก็แทบจะเป็นรูป 4 เหลี่ยม(นี่คือการยกตัวอย่างให้คุณเข้าใจแบบทางลัดไง-จะได้ไม่งงกับตัวเลข)…….ที่เห็นๆและยกตัวอย่างได้ก็คือรถย้อนยุคที่ใส่ยางแบบลายโบราณอย่างรถจีนนั่นไง

รูปแรกคือการวัดหน้าส่วนกว้าง 70หรือ80 ส่วนรูปต่อมาที่เห็นเอาเวอร์เนียร์มาวัดขอบยางจนถึงขอบล้อคือ เปอร์เซ็นต์ของความสูงจากดอกยางสุดท้ายมาถึงวงขอบล้อ กี่เปอร์เซ็นต์ของหน้ายางก็ว่ากันไป…..ส่วนรูปสุดท้ายคือขนาดยาง100/100 ที่น่าจะใกล้กับตัวอย่างที่ครูน้าหยอยยกมาเป็นตัวอย่างนะครับ

วันนี้ดึกเกินไปหน่อยแล้วแฮะ………พรุ่งนี้มาต่อใหม่ดีกว่า.ขอพักผ่อนก่อนเด้อ.

 

บทความโดย วิชิต บางซ่อน

Linkต้นฉบับ https://pantip.com/topic/36112467

Comments

comments

SHARE :)