รอยยิ้มจากด้านมืด … Yamaha FZ-09

รอยยิ้มจากด้านมืด … Yamaha FZ-09

Yamaha FZ-09 หรือสมญานาม  The Dark side of Japanประหลาดใจประหลาดใจประหลาดใจ

เป็นรถที่ผมสนใจมานาน  ด้วยสเป็ค รูปทรง น้ำหนัก   ผมนี่มโนคิดไปไกลว่า  ถ้าได้ขี่มันคงจะฟินเหลือหลาย

อีกทั้งผมเองก็เป็นแฟน Yamaha อยู่แล้ว

เมื่อมีโอกาส… มีผู้หยิบยื่นโอกาสที่จะได้ขับขี่   ผมจึงไม่รีรอที่จะรับโอกาสนี้ ….

แต่โอกาสนี้ พ่วงมาด้วยงาน งานนึง

คือ  งาน อาสาสมัครนักขี่   หรือ Volunteer Rider

สรุปง่ายๆ คือ ขี่รถ… ไปทำงานอาสา… ดูแลเด็กตาบอด…. ไปเดินป่าห้วยขาแข้ง อุทัยธานี….ยิ้มยิ้มยิ้ม

เรามาออกเดินทางกันเลยครับ … เท่

ก่อนอื่น ขอเรียนว่า ผมเองก็ไม่ใช่คนขี่รถเก่งอะไร ร้องไห้ร้องไห้ร้องไห้

อย่าเรียกว่า Review เลย  เรียกว่า  ตาสีตาสา ขี่มาแล้ว เล่าให้ฟังละกัน ส่วนดีหรือไม่ดี….

อยากให้พี่ๆน้องๆ ช่วยกันตัดสินละกันครับ

……

ไอ้ผมเองก็ขี่แต่รถเล็ก กว่าจะไปไหนแต่ละที่มันช่างใช้เวลาเหลือเกิน…

แต่นี่ FZ-09 พาผมวาร์ปมา สิงห์บุรี ในชั่วเวลาชั่วโมงกว่าๆ  ประหลาดใจประหลาดใจประหลาดใจประหลาดใจ

มันเร็วจริงๆ ครับ….

การขี่ทางไกล

ถามว่ารถคันนี้ ดีไหม  กับการขับขี่ทางไกลๆ

สำหรับผม ผมว่า “ดี” ยิ้มยิ้ม

ด้วยกำลังที่ล้นเหลือ… ( ชนิดที่ว่า ลงจากอาน FZ-09 มาขี่ V-Storm แล้วรู้สึกว่า ทำไม 650 มันบิดไม่ไปเอาซะเลย )

และรถนิ่งมาก ในทางตรง ( เทียบกับ CB500F ) ….  ตรงนี้ เนื่องจากรถติดกันสะบัดมาให้ ( คงเป็นของแต่ง )  ดังนั้น คงจะบอกอะไรไม่ได้ ว่าเดิมๆ เป็นเช่นไร

แต่ผมก็ปรับไว้ในระดับที่อ่อนมาก คอแทบจะหมุนได้แบบไม่หนืดเลย…

ช่วงล่างที่ ไม่แข็ง ไม่นุ่ม จนเกินไป  สำหรับผม มันคือ “กำลังดี”      สำหรับ โปร   มันคือ ย้วยไป ไม่แข็งสะใจ

แถมการตัดลมของตัวรถ  ทำได้ดี   ผิดกับ CB500F เลย ที่ลมเข้าหน้าอกเต็มๆ  ขี่ 110-120 ก็เหนื่อยแล้ว  แต่อย่าไปเทียบกับรถที่มี Fairing เรียกได้ว่า คนละเรื่องกันเลยทีเดียว

แต่อย่างน้อย ทำให้การยืนพื้น 140-150 เป็นเรื่องขำๆ ไปเลยทีเดียว …เยี่ยมเยี่ยม

ส่วน ความเร็วสูงสุดที่ผมลองทำดู ไม่ลากเกียร์ด้วย เกียร์ 6 กดแป๊บเดียว ก็แตะ 190 ได้สบายๆ  แต่ใจไม่มีแล้ว

สำหรับ Top Speed ถ้าให้เดามั่วๆ  เกิน 230 แน่ๆ

เอาแต้มแรกไปก่อนเลย

เครื่องยนต์

หลังจากได้ทดลองขับขี่มันไปบางส่วนแล้ว  เริ่มเกิดความสงสัยในขุมพลังของมันแล้วหล่ะ

ว่าเหตุใด มันถึงได้มีพลัง แรงหูดับตับไหม้   และมี Torque ในระดับ มหาศาล ที่รอบต้น และ กลาง ขนาดนั้น

บนพื้นฐานของเครื่องยนต์   3 สูบ  850 cc    6 เกียร์

ให้แรงม้า 115 แรงม้าที่ 10,000 รอบ

Torque 88 N.M ที่ 8,500  แน่นั่นมันแค่ Spec ครับ

มาดูกราฟไดโนกัน

จะเห็นว่า Torque พรุ่งพรูมากว่า 80%  ตั้งแต่ 2 พันรอบเป็นต้นไป   ผมเปิดคันเร่งพลาด มีเหวอ

และมันจ้องจะยกหน้าอย่างเดียว ร้องไห้ร้องไห้ร้องไห้

และยิ่งรอบไต่ถึง 8 พัน – 9 พันรอบเมื่อไร      กุมแฮนด์  ก้มหน้า ไว้ให้ดีครับ

ผสานกับ ระบบคันเร่ง Ride By Wire  ปรับได้ 3 โหมด คือ

Mode A  ผมเรียกมันว่า โหมด เถื่อน ดิบ พุ่ง ( เกินไป )
Mode Standard   เบาลงมาหน่อย แต่ยังตอบสนองเร็วไปนิดนึงอยู่ดี สำหรับในเมือง
Mode B   อันนี้ จะใกล้เคียงกับรถคันเร่งสาย ทั่วๆ ไปแล้ว  ใช้งานในเมืองได้ดี

ทำให้เครื่องยนต์ลูกนี้  มัน ดิบในรอบต่ำ  สมูธและแรงจัดในรอบกลางและสูง

ป.ล. ขออนุญาติกราฟจาก Web Cycle World นะครับ

สรุปเลยละกัน เกี่ยวกับเครื่องยนต์ลูกนี้ยิ้มยิ้มยิ้ม

ข้อที่ชอบ

– แรงนรกแตก ( เพราะแบกน้ำหนักตัวที่แสนเบา )

– Torque มหาศาล เมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวรถ

– สามสูบเสียงเสนาะโสตร

ข้อที่ไม่ชอบ

– ดิบ เถื่อน

– รอบต่ำไม่สมูธ

–  อาการกระตูกจากการเปิดปิดคันเร่ง รวมถึงอาการของคันเร่งเวลาเปิดคันเร่งน้อยๆ มีอาการแกว่ง

– เกียร์แข็งช่วงรอบต่ำ และเข้าเกียร์ N ยากถึงยากที่สุด ต้องดับเครื่องเอา

– ซดน้ำมัน 17 โลลิตร ( ใช้ในเมือง + เดินทางที่ 140 + )

อย่างนี้แล้ว เอาคะแนนไปเลย
( เผอิญผมเป็นคนชอบเครื่องยนต์ที่ Smooth แลคุมง่ายครับ )

แต่ตาม Slogan ของรถคันนี้  “The Dark Side of Japan” เค้าล้อเล่นเค้าล้อเล่น

มันต้องดิบ  มันต้องเร้า  มันต้องมันส์

พี่ๆ น้องๆ ในห้องนี้ ไม่ใครก็ใครหล่ะ ที่จะต้องหลงรัก Character แบบนี้ของมัน  จุ๊บๆจุ๊บๆจุ๊บๆ

หลังจากเติมน้ำมูก น้ำมันเรียบร้อยแล้ว ( ถัง 14 ลิตร ต้องเติมทุก 200 กิโล )  ร้องไห้ร้องไห้

เราได้วิ่งเข้าสู่เขตภูเขาเตี้ยๆ ของ ห้วยขาแข้ง  ซึ่งเป็นป่ามรดกโลก

ทำให้เราได้ Test สมรรถนะในการเข้าโค้ง  และ สมรรถนะในทางเถื่อน

เพราะว่า ในห้วยขาแข้ง ต้องวิ่งทางลูกรัง 10 กว่ากิโลเมตร เพื่อเข้าไป

และด้านในก็มีทางดิน และ ลำน้ำให้ข้ามกันเล่นๆด้วย

การขับขี่ในทางเถือน

ฝ่าลูกรังมา 10 กว่ากิโลเมตร ในที่สุด ก็ถึง

“เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง”

รถก็เละไปด้วยฝุ่น เศร้า

สำหรับการขับขี่ในทาง ดิน ทางฝุ่น ทางเถื่อนนิดๆ รวมถึง ลำห้วย

ผมว่า เจ้า FZ-09  ทำได้ไม่เลวเลยทีเดียวเท่เท่

ด้วยสรีระศาสตร์ที่ให้ความรู้สึกคล้ายๆ รถ Motard  บวกกับช่วงล่างที่ไม่แข็งจนเกินไป ทำให้ซับแรงได้ดี

รวมถึง Torque ในการปีนป่าย แบบ Walking Speed ( ไม่บิดคันเร่ง )

ก็เหลือเฟือพอจะให้รถไต่เนินชันๆ ได้สบายๆ

จะสงสารก็อย่างเดียว   คือ “ยางคอมปาวด์นิ่มไซส์บิ๊ก ( 180 )” ที่ติดมากับรถ ( กลัวมันรั่ว )

ถึงมันจะไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ แต่ทำได้ไม่เลวเลย  เอาคะแนนไปเลย

ตัดเข้าสู่กิจกรรมหลักกันบ้าง

งานอาสาในครั้งนี้ คือ งานพาน้องตาบอดมาเดินป่ามรดกโลก ครับ  ยิ้มยิ้มยิ้ม

คำถาม:    มีรถดีๆ แบบนี้  มีเวลา 5 วัน   กทม เชียงรายแป็บเดียว ทำไมเราไม่ขี่ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ยลสายหมอก รับอากาศหนาวยอดดอย

พาเด็กตาบอดมาเดินป่าแล้วได้อะไร??

คำตอบ : ลองดูรอยยิ้มจากโลกมืดๆของเขาสิ ว่ามันสว่างในใจเราแค่ไหน

แค่ได้เห็นก็คุ้มแล้ว….

———————————————————————–

ทำไมต้อง “ห้วยขาแข้ง”

เพราะป่า ห้วยขาแข้ง  คือ สถานที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในประเทศไทย

มีป่าแทบจะทุกรูปแบบยกเว้นป่าชายเลน

มีสัตว์มากมายเหลือคณานับ

มากจนขนาดที่คนๆ นึง ยอมสละชีวิต  เพื่อเข้าปกป้องผืนป่าแห่งนี้  จากอิทธิพล อำนาจมืด

รวมถึงทุ่มเทกายใจ  เพื่อผลักดันให้สถานที่แห่งนี้  ได้เป็น “มรดกโลก” เยี่ยมเยี่ยมเยี่ยม

เค้าคนนั้นคือ “สืบ นาคะเสถียร”

นี่คือสิ่งที่เด็กๆ เหล่านี้ ควรได้เรียนรู้

นอกเหนือจากจะได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของผืนป่าแล้ว ซึ่งในชีวิตหนึ่งของเขา จะได้มาเรียนรู้สักกี่ครั้งกัน

จะยังได้เรียนรู้ถึงความมุ่งมั่นและเจตนารมณ์ของบุคคลคนนึง

และถ้าเขาตระหนัก   เขาก็จะเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญ   ที่จะเป็นผู้สานต่อ  เจตนารมณ์ นั้น สืบต่อไป

เราเพียง 1 คนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ได้

ผมเองก็เพียงอยากเป็นผู้นำสาส์น บอกต่อๆกันว่าในโลกนี้ยังมีมุมมืดๆของผู้ด้อยโอกาสอีกมากมาย

ขอเพียงผู้มีโอกาสแบ่งแสงสว่างคนละนิดให้เขา

สละความสะดวกสบายส่วนตัว ปีละครั้ง สองครั้ง

มาเพื่อให้….

มาเพื่อแบ่งปัน…

มากันคนละไม้คนละมือ…

โลกที่มืดมิดของเขา

คงจะเห็นสว่างขึ้น…

คอยเป็นแสงชี้นำทาง ให้เขาได้สู้ชีวิตอยู่…

และเป็นอีก 1 กำลังของสังคม  เพื่อก้าวเดินทำเรื่องดีๆ  หรือสืบสานต่อเจตนารมย์ของหัวหน้าสืบ ต่อๆไปครับ

ป.ล. ภาพประกอบ  ห้วยขาแข้ง ยามเย็น

เสร็จจากกิจกรรมก็มาหาที่นอนกัน ยิ้มยิ้มยิ้ม

ป.ล. นอนไม่หลับ หนาว เพราะขี้เกียจหอบของมา T___T

จัดการตัวเองเสร็จก็ออกไปทำกิจกรรมกับเด็กๆต่อ

สลับกันไปกันมา…

เหนื่อยกายเหมือนกันนะ แต่ได้ทำอะไรกับสิ่งที่รัก…

ใจเราย่อมทนได้ครับ ยิ้มยิ้มยิ้ม

อุปกรณ์ติดรถ

ทุกอย่าง “จิ๋ว” ไปหมด ไม่ว่า เรือนไมล์

ปุ่มต่างๆ  ไม่ว่าจะไฟเลี้ยว ปุ่มปรับโหมด ไฟสูงต่ำ  ส่วนปุ่มสตาร์ท รวมอยู่กับปุ่ม Off/Run อย่างชาญฉลาด

เรือนไมล์บอกได้ทุกอย่างแม้จะมีขนาดเล็กมาก  มีแม้กระทั่งไฟบอกเกียร์ซึ่ง Work มากๆๆ

แถมยังวางตำแหน่งไมล์เยื้องไปด้านขวา ทำให้มือซ้ายของเราสามารถใช้งานได้ง่ายสุดๆ แม้ขณะรถวิ่ง

กระจกมองหลังก็ใช้งานได้ยอดเยี่ยมสุดๆ เยี่ยมเยี่ยมเยี่ยมเยี่ยม

ทิ้งสิ่งยอดแย่ไว้เพียงอย่างเดียวคือ

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ซึ่งซุกอยู่ใต้ชิล ด้านซ้ายของเรือนไมล์  ใช้งานทีนึง ขอบอกว่า “ยากมาก”  แย่แย่แย่แย่

โดยรวมผมทึ่งในการออกแบบมากครับ  เล็กจนเกือบจะใช้ไม่ได้ แต่กลับใช้ได้ดี   ยอดเยี่ยมกระเทียมเจียวไปเลยครับ

ถ้าไม่ติดเรื่องกุญแจ จะให้ 5 ดาวเลยนะ

สรีระศาสตร์

ต้องบอกว่า  ท่าขี่มันขี่แล้วนึกถึงรถ Motard

เบาะกว้าง แต่แข็ง  นั่งทางไกลไม่ปวดตูดเท่าไร

ความสูงของ Hand กำลังดี บังคับรถได้ง่าย คุมง่าย

โดยรวมดี  แต่ที่แย่นิดนึงคือ ขางอไปหน่อยสำหรับคนขี่  ( แต่ผมชินมาก เพราะผมขี่รถคันเล็กๆ ตลอด ซึ่งขามันงอมากอยู่แล้ว )

และเบาะที่ค่อนข้างลาดเทไปด้านหน้าเล็กน้อย   นั่งไปซักพัก ร่างกายเราก็จะย้ายเข้าไปใกล้ถังโดยอัตโนมัติ

แต่ที่แย่สุดๆ เลย คนซ้อน

ท่านั่งไม่ต่างกับ

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

เลย

เพราะว่า เบาะหลังเตี้ยมาก กอปรกับพักเท้าหลัง โคตะระสูง

เอาไปเลย

ถามว่าไปกันได้มั๊ย กับสไตล์นี้

ก็พอได้นะครับ

ติดแค่ว่า หัวเข่ามันหนีบยากไปนิดนึง ร้องไห้ร้องไห้ร้องไห้

แล้วก็ยางหลังมันใหญ่  ทำให้พลิกรถยากแล้วก็ไม่คล่องแคล่วเท่าไร

Handling , Breaking , Suspension

ผมมโนไปว่า Handling มันต้องคล่องแคล่ว

พลิ้วไหว

เอาจริงๆ ไม่ใช่เลย ประหลาดใจประหลาดใจ

มันนิ่งพอได้ แต่ไม่พริ้ว   การจะให้มันเข้าโค้ง ต้องมีโหนหรือถ่ายน้ำหนักเล็กๆ

ผมลองสลับไปขี่ V-Storm มันกลับเข้าโค้งได้เลย ไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก

ทำให้ความรู้สึกมันไม่คล่องตัว

อาจจะเป็นเพราะยางหลังขนาดไหญ่หรือเปล่าอันนี้ไม่แน่ใจ

ส่วนอีกเรื่องนึงคือ วงเลี้ยว กว้างมากกกกก  ขี่ในเมืองแล้วรู้สึกเหนื่อย เศร้าเศร้า

ส่วนเรื่องเบรค  ขอบอกว่า จิกมาก  เอาอยู่ ยิ้มยิ้มยิ้ม

ช่วงล่าง ก็ กลางๆ ดีครับ ไม่แข็งมาก  ( ขาโหดคงไม่ชอบ )  ติดนุ่มนิดๆ  ( ผมชอบ หัวเราะหัวเราะหัวเราะ )

ตรงจุดนี้ให้คะแนนไป

กลับมาทำงานกันต่อ

ตัวผมเองก็ห่างหายไปจากงานอาสา  น่าจะนานเกิน 3 ปีได้

ทุกวันนี้  เติมให้แต่ตัวเอง ครับ

แต่

เติมเท่าไรก็ไม่เต็ม  เพราะยิ่งเติม ตุ่มผมมันยิ่งใหญ่ขึ้นๆเศร้าเศร้า

ผมคงลืมวิธีเติมเต็มไป

คราวนี้ ผม เติม ให้ผู้อื่น

รู้สึกได้ว่า ตุ่มของผมมันเล็กลงครับ

มันใกล้กับคำว่า “เต็ม” มากขึ้น  ด้วยการ “ให้” นี่เองครับ

เราอาจคิดว่า นี่มันก็แค่ ค่ายธรรมดาๆ

อย่าลืมว่า เด็กพวกนี้ โอกาสที่เขาจะมาอยู่ ณ จุดนี้ มันยากมากครับ

เขาไม่สามารถพาตัวเองมาได้เลย

คนที่พาเขามาได้  มีแค่คนที่ “รัก” เขาเท่านั้นแหล่ะครับ

อีก 1 คืน

กวางเต็มลานกางเต้นท์เลย คืนนี้

ตอนนี้ผมเริ่มสงสัย แล้ว ว่าผมใช้รถผิดงานหรือเปล่า

ยิ้มยิ้มยิ้มยิ้ม

สุดท้าย แล้ว

ผมเองไม่กล้าสรุปว่า รถคันนี้ ดี หรือ ไม่ดี

เพราะผมว่า  จากระดับการผลิต จากประเทศญี่ปุ่น มันก็เหลือแค่

“โดน” หรือ “ไม่โดน”  แล้ว แค่นั้นครับ

ซึ่งก็เป็นเรื่องของเราๆ ท่านๆ แล้วหล่ะครับ

ซึ่งถ้าเจ้า Dark Side คันนี้  มันโดนใจเพื่อนๆ ท่านใด

คาดว่า มันต้องคั้นเอารอยยิ้มของท่าน จากความมืด ความดิบ  ความเกรียนของมัน ออกมาได้ย่างแน่นอน

.
.
.

ผมเชื่ออย่างนั้น ยิ้มยิ้มยิ้ม

กระทู้นี้ จบห้วนๆ หน่อย เดี๋ยวต้องรีบเดินทางไกลล่ะครับ สวัสดีครับ

บทความโดย เตี้ย ล่ำ ดำ แก่

Comments

comments

SHARE :)